ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม หน้าเด็ก สวยเป๊ะ !! พร้อมรอยยิ้มมั่นใจ

ถ้าจะให้พูดถึงจุดสังเกตุ ที่บอกถึงอายุที่ร่วงโรยได้มากที่สุดคงหนีไม่พ้น ร่องแก้ม นั่นเองที่ทำให้หลายคนกังวล จนถึงขนาดว่าไม่กล้าที่จะยิ้ม หรือแสดงความรู้สึกมากไป เพราะกลัวว่าร่องแก้มจะยิ่งลึกไปกว่าเดิมนั่นเอง ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เพื่อแก้ปัญหาร่องแก้มลึก ติดอันดับการเสริมความงามยอดนิยมในยุคนี้เลย

การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม คือการฉีดสารไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) เข้าไปในผิวหนังชั้นลึกบริเวณร่องแก้มเพื่อเติมเต็ม และปกปิดริ้วรอย นับเป็นวิธีที่สามารถจัดการกับปัญหาร่องแก้มได้ที่ดีที่สุด และยังเห็นความเปลี่ยนแปลงทันทีหลังฉีดอีกด้วย นอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม  ช่วยแก้ปัญหาในคนที่มีปัญหาร่องแก้มลึก มาแต่กำเนิด ซึ่งทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย ดูไม่สดใส ให้กลับมาดูดีสมวัยได้

การฉีดฟิลเลอร์จะสามารถอยู่ได้ 12 – 24 เดือน โดยหลังจากนั้น ฟิลเลอร์ จะค่อยๆสลายไปตามธรรมชาติ การฉีดฟิลเลอร์นับเป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูง และมีผลข้างเคียงน้อยเมื่อเทียบ กับการผ่าตัดดึงกระชับ หรือใช้วิธีอื่น ๆ ในการลดริ้วรอย

ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้นั้น ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแพทย์ผู้ทำการฉีดด้วยค่ะ เพราะหากฉีดโดยแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญหรือไม่มีประสบการณ์ ผลที่ได้รับอาจไม่ดีอย่างที่ต้องการ และไม่เห็นผล ค่ะ

ปัญหาร่องแก้ม

ปัญหาร่องแก้ม หรือ รอยย่นที่แก้ม นั้นมีสาเหตุหลักมาจากคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิวหนังของเรา เสื่อมสภาพอันเนื่องมาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ริ้วรอยบริเวณร่องแก้มยังสามารถเกิดจากปัจจัยการภายนอกได้ด้วย เช่น การสูบบุหรี่ การโดนรังสียูวีจากแสงแดดนานๆ ซึ่งปัจจัยเล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้โครงสร้างผิวถูกทำลาย

โดยส่วนใหญ่แล้วรอยย่นที่แก้มจะมีลักษณะเป็นร่องลึก เป็นเส้นยาวตั้งแต่บริเวณปีกจมูกโค้งลงมาถึงที่มุมปาก หรืออาจยาวลงมาถึงคางเลยทีเดียว !

ฉีดฟิลเลอร์แก้ม ควรใช้ปริมานกี่ CC ยกแก้ม ยกกระชับ

ปัญหาร่องแก้มร่อง ส่งผลให้ใบหน้าแลดูแก่เกินวัย สามารถใช้ฟิลเลอร์เติมเต็มให้ดูเป็นธรรมชาติได้ โดยเฉลี่ยจะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ประมาน 1 - 2 cc ครับ และสามารถใช้ได้ถึงสูงสุด 6 ครับ ซึ่งนอกจากสามารถใช้แก้ปัญหาร่องแก้มลึกแล้ว การฉีดฟิลเลอร์บริเวณแก้ม ยังใช้ฉีดเพื่อแก้ปัญหาแก้มตอบได้อีกด้วยครับ

ฉีดฟิลเลอร์ขมับ

ฉีดฟิลเลอร์ขมับ

การ ฉีดขมับ ด้วยฟิลเลอร์นั้นคือการฉีดสาร Hyaluronic acid (HA) เข้าไปเพื่อเติมเต็มกล้ามเนื้อบริเวณขมับ ทำให้ใบหน้าให้มีความสมดุล ดูมีมิติมากขึ้นครับ ฉีดฟิลเลอร์ขมับ นอกจากจะช่วยแก้ไขปรับโครงสร้างของใบหน้าได้แล้ว ยังสามารถแก้ไข้ปัญหาของคนที่มีอาการขมับตอบ หรือ ขมับยุบได้ด้วยครับ

เหตุผลที่ต้องฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

อย่างที่รู้กันครับ เมื่ออายุของเรามากขึ้น โครงสร้างของใบหน้า และผิวหน้า จะเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่นกระดูกโครงหน้าจะเกิดการยุบ กล้ามเนื้อลดน้อยลง เกิดเป็นร่องรอยบริเวณใต้ตานั้นเองทำให้ใบหน้าของเราดูหย่อยคล้อย แลดูโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในทุกๆ คน เมื่ออายุเกิน 25 ปีขึ้นไปครับ

การฉีดฟิลเลอร์เข้าไปยังบริเวณใต้ตานี้ จะสามารถช่วยให้ใบหน้าของเราดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุดครับ และอย่างในกรณีที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์บริเวณอื่น ๆ ก็ควรทำการฉีดใต้ตาก่อนเพื่อให้เกิดความบาลานซ์ของใบหน้าให้มากที่สุดนั่นเองหลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินว่าการฉีดฟิลเลอร์ลดถุงใต้ตานั้น อันตราย ซึ่งต้องขอชี้แจงก่อนนะครับว่า ปัญหาที่ทำให้การฉีดฟิลเลอร์เป็นอันตรายนั้น โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดจากการที่ฟิลเลอร์ไม่บริสุทธ์ หรือ ฟิลเลอร์ปลอม ซึ่งสารเจือปนดังกล่าวได้เกิดการตกค้างในร่างกาย ทำให้เกิดอาการบวม ใบหน้าผิดรูปไปนั่นเองครับ

ซึ่งในกรณีฟิลเลอร์แท้นั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น เพราะเมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าสู้ร่างกาย เมื่อเวลาผ่านไปฟีลเลอร์แท้จะสามารถละลายออกได้เองถึง 99% และเหลือไว้เพียงส่วนที่คอลลาเจน อีลาสตินที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวในส่วนที่เราฉีดฟิลเลอร์เข้าไป เพียง 1% ครับ

ทำการฉีดฟิลเลอร์นั้น ไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัว หรืออันตรายอีกต่อไปแล้ว แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยให้เกิดอันตรายนั้น คือที่ ฟิลเลอร์ที่ใช้นั้นเองครับ

ฟิลเลอร์ใต้ตานอกจากทำให้ดูเด็กลงแล้ว ยังสามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้บ้าง  ?

1.ฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถแก้ปัญหา เบ้าตาลึก ตาโหล ที่เกิดมาจากกรรมพันธุ์

การฉีดฟิลเลอร์จะช่วยผิวใต้ตาดูเต็ม ทำให้ดวงตาดูสดใสขึ้นทันทีหลังฉีดครับ

2.ฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถแก้ปัญหา ร่องน้ำตาชัด

ทำให้ใบหน้าหย่อนคล้อย ดูเหนื่อยตลอดเวลาเห็นเป็นเส้นลงมาจากหัวตา ทำให้ใต้ตาดูมีวงคล้ำ ใบหน้าดูเหนื่อย โทรม

3.ฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถแก้ปัญหา ถุงใต้ตาย้อย

ปัญหาของถุงตาทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แม้จะไม่สามารถกำจัดถุงใต้ตาให้ออกไปได้ แต่จะทำให้ทำให้ถุงใต้ตาดูลดลง และผิวบริเวณนี้ดูเรียบเนียนขึ้น จนดูเหมือนถุงใต้ตาหาไปนั่นเอง

โดยการฉีดฟิลเลอร์  สามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้ทั้งหมดครับ และสามารถทำให้ผิวชุ่มชื่นดูเต่งตึงขึ้น นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติช่วยในการยกกระชับใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นทันทีหลังฉีดด้วยครับ

หากจะฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาควรเลือกจากปัจจัยอะไรบ้างครับ ?

1.ควรเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ก่อนที่จะทำการฉีดฟิลเลอร์ ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์อย่างละเอียดก่อนว่าแพทย์ดังกล่าวเป็นแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ มีความรู้ความชำนาญ โดยเฉพาะการฉีดในตำแหน่งที่มีความอันตรายสูง ไม่ได้แอบอ้างนั่นเองครับ

2.การบริการโดยพนักงานคลินิก

พนักงานที่ ยิ้มแย้มแจ่มใส สุภาพเป็นกันเอง และสามารถให้ความรู้เบื้องต้นแก่คนไข้ได้เป็นอย่างดีครับ

3.ผลลัพธ์ และการรีวิว

การรีวิวนั้นหลังการทำการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา นับเป็นอีกหนึ่งเครื่องการันตีถึงฝีมือของแพทย์ได้เป็นอย่างดีครับ เพราะหากไม่ได้ผลจริงเขาคงไม่กล้าถ่ายรูปตัวเองมาให้คนอื่นดูหรอกจริงไหมครับ

ฟิลเลอร์ปาก

10 เรื่องฉีดฟิลเลอร์ปาก อวบอิ่ม ปากกระจับให้เซ็กซี่ที่คุณต้องรู้

ฉีดฟิลเลอร์ปาก จัดว่าเป็นอีกเทรนด์ที่กำลังมาแรงมากๆ  ไม่แพ้การฉีดฟิลเลอร์ส่วนอื่นๆ บนไปหน้าเลยก็ว่าได้ครับ แล้วจะไปทำที่ไหนดีสวยปลอดภัย สวยขึ้นทันทีไม่กี่วัน เนื่องจากในปัจจุบันสาวๆ จำนวนไม่น้อยต่าง ให้ความสนใจการ ฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับ มากขึ้น เพราะการที่มีริมฝีปากที่อวบอิ่ม เซ็กซี่ กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ ดาราฮอลลี่วู๊ดนั่นเองครับ การฉีดฟิลเลอร์ปากนอกจากจะช่วยทำให้ปากดูอิ่มมีน้ำมีนวลมากขึ้นแล้ว ยังช่วยปรับเปลี่ยนรูปปาก ให้ได้สัดส่วน ดูเป็นธรรมชาติ มากขึ้นอีกด้วยครับ

ฉีดฟิลเลอร์ปากกี่วันเข้าที่

คำถามสุดฮิตที่คนไข้หลายๆ คนถามเข้ามาครับ ต้องขออธิบายก่อนนะครับว่า การฉีดฟิลเลอร์เป็นเพียงการฉีดสารเติมเต็มไม่ใช่การทำศัลยกรรมจึงไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น และยังสามารถเห็นผลได้ทันที 70 - 80 % หลังฉีดฟิลเลอร์ครับ

1.เหตุผลที่ต้อง ฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับ ฉีดฟิลเลอร์ปากอิ่ม

เนื่องด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นกับปากไม่ว่าจะเป็น รูปปากบาง ปากเล็ก ไม่สมส่วน หรือมุมปากไม่เท่ากัน คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าจะต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ศัลยกรรมเท่านั้น ซึ่งหลังจากทำแล้วนั้น ต้องใช้เวลาพักฟื้นค่อนข้างนาน แถมตำแหน่งที่ทำการผ่าตัดยังเป็นปาก ที่ต้องใช้อยู่ตลอดไม่ว่าจะเป็นการกิน หรือดื่ม ทำให้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันค่อนข้างมาก

ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้การฉีดฟิลเลอร์ปาก นับเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้นได้อย่างดี และเห็นผลได้ทันทีหลังฉีด โดยใช้เวลาเพียงแค่ 30 – 40 นาที ก็สามารถทำให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม เข้ารูป ยกมุมปาก เติมเต็มร่องปาก ทำให้สาวๆ ได้เพิ่มความมั่นใจ และเสน่ห์ ให้ริมฝีปากงดงามน่าสัมผัส และดูเซ็กซี่มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังไม่จำเป็นต้องพักฟื้นด้วยครับจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนสมัยนี้ ถึงเลือกให้การฉีดฟิลเลอร์ปากให้ อยู่ในอันดับต้นของการเสริมความงามครับ

2.ข้อดี : การฉีดฟิลเลอร์ปาก

เห็นผลได้ทันทีหลังฉีด ช่วยให้สาวๆ มีรูปปากที่ดูดีขึ้นได้อย่างง่ายดายภายในเวลาไม่กี่นาที
มีความปลอดภัยสูง
ดูแลง่าย
ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น
ราคาต่ำกว่าการทำศัลกรรม
ความเสี่ยงน้อยกว่าการศัลกรรม
กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันน้อยกว่าศัลกรรม

3.ข้อด้อย : การฉีดฟิลเลอร์ปาก

ไม่มีผลถาวร
ระยะเวลาส่งผลนั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีด และพฤติกรรมของคนไข้เอง รวมถึงปัจจัยภายในต่างๆด้วยครับ
ควรหลีกเลี่ยงอาหารร้อนจัดในช่วงแรกๆ ครับ เนื่องจากอาจจะทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วกว่าอายุจริงของฟิลเลอร์ได้นั่นเองครับ

4.หลังฉีดฟิลเลอร์ปากบวมช้ำมากไหม

หลังทำการฉีดฟิลเลอร์ปากแล้ว อาจจะมีรอยเข็มเล็กๆ เป็นจุดแดง อยู่บริเวณรอบๆ ริมฝีปากครับ ซึ่งรอยเข็มนี้สามารถปิดบังได้โดยการทาลิปสติกได้ครับ  และที่สำคัญจุดแดงๆ เหล่านี้จะสามารถหายไปได้เองภายใน 1 สัปดาห์

ในกรณี อาการบวมนั้นจะค่อยๆ ดีขึ้นเองภายใน 1 - 3 วันครับ

5.ทำไมการฉีดฟิลเลอร์ปากถึงช่วยให้หน้าดูเด็กลงได้ ?

จากการศึกษาด้าน เวชศาสตร์ชะลอวัย  (Anti - Aging)  พบว่าเมื่ออายุมากขึ้นริมฝีปากของเราบางลง และไม่ได้บางลงเฉพาะช่วงริมฝีปากเท่านั้น รวมถึงผิวบริเวณโดนรอบที่เกิดการเหี่ยวหย่นลง และทำให้เห็นริ้วรอยที่อยู่รอบปากชัดขึ้นครับ จากด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้ดูแก่

การฉีดฟิลเลอร์ปาก สามารถทำให้ริมฝีปากที่บาง กลับมาดูอวบอิ่ม เข้ารูป พร้อมยกมุมปาก และช่วยลดริ้วรอยรอบๆ ปากด้วยครับ

6.การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

ในช่วงแรกควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มร้อนจัด เนื่องจากอาจทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปเสียรูปได้ครับ
ควรดื่มน้ำเยอะๆ ประมาณ 8 – 16 แก้ว ต่อวัน เพื่อให้ฟิลเลอร์ฟูขึ้น และเกิดการกระจายตัวครับ
หลีกเลี่ยงการดึง การแกะ เกา รวมไปถึงการลอก หรือทำลายผิวริมฝีปาก

7.กรณีฉีดฟิลเลอร์ปากแล้วเกิดเป็นก้อนสามารถแก้ไขได้ไหม ?

สามารถแก้ไขได้ครับ เนื่องจากฟิลเลอร์ที่เราทำการฉีดเข้าไปนั้น สามารถสลายไปได้เองโดยธรรมชาติครับ

แต่หากกรณีต้องการจะแก้ไขรูปปากจริงๆ ก็สามารถทำได้โดยการฉีดสารเอ็นไซม์ ที่มีชื่อว่า ไฮยารูโรนิเดส (Hyaluronidase) ที่มีคุณสมบัติในการสลาย Hyaluronic Acid หรือ ฟิลเลอร์ ที่เราฉีดเข้าไปนั่นเองครับ

8.ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ปากมีะไรบ้าง

ก่อนอื่นแพทย์จะทำการให้ยาชาบริเวณริมฝีปาก ก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์ปากนั้น รู้สึกเจ็บเล็กน้อยลง และเพื่อลดอาการบวมหลังฉีดด้วย โดยในส่วนนี้จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ส่วนจำนวนเข็มที่ฉีดนั้น ขึ้นอยู่กับความหนาของริมฝีปากครับ เมื่อฉีดเสร็จต้องนอนราบประมาณชั่วครู่ เพื่อให้ฟิลเลอร์เข้าที่ โดยขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ปากทั้งหมดจะใช้เวลาโดยเฉลี่ยที่ 30 - 40 นาทีครับ และปริมานที่ใช้จะอยู่ที่ 1-3 CC ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลครับ

9.ฉีดฟิลเลอร์ปากอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นกับอะไรบ้าง ?

ชนิดฟิลเลอร์ที่ใช้
พฤติกรรม การขยับปาก การเสียดสี จะทำให้ HA filler ซึ่งเป็นคอลลาเจนตัวหนึ่งนั้นสลายไปได้เร็วขึ้น

10.ฉีดฟิลเลอร์ปากอันตรายไหม ?

ฟิลเลอร์หรือสารเดิมเต็มที่นำมาใช้ในการฉีดริมฝีปากนั้น ได้รับการรับรองคุณภาพ รวมถึงมาตรฐานจาก อย. ทั้งในไทยและต่างประเทศครับ นอกจากนี้สามารถสลายได้ด้วยตัวเอง ทำให้การฉีดฟิลเลอร์ปากโดยทั่วไปแล้ว จะไม่มีอันตราย ที่สำคัญก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับ ควรศึกษาข้อมูลให้ดี และปรึกษาแพทย์ ก่อนทุกครั้งครับ

จริงหรือไหมที่ว่า ฉีดฟิลเลอร์ปากเกาหลี แล้วปากเน่า

อาจจะทำให้ ปากเน่าได้ เนื่องจากบริเวณริมฝีปากนั้น มีเส้นเลือดฝอย และเส้นประสาทอยู่เป็นจำนวนมาก หากทำการฉีดไม่ถูกวิธี เทคนิคแพทย์ไม่ดี จะเกิดผลเสียร้ายแรงได้ครับ ดังนั้นก่อนการ ฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับ จึงควรปรึกษากับแพทย์และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ก่อนทุกครั้งครับ

ฟิลเลอร์คาง

ฉีดฟิลเลอร์คาง ปลอดภัย ไม่ต้องพักฟื้น เป็นธรรมชาติ‎

ฉีดฟิลเลอร์คาง สวยอย่างเป็นธรรมชาติปลอดภัยได้คางสวยที่ไหนดี เนื่องจากปัจจุบันคนจำนวนไม่น้อยหันมาให้ความสนใจการ " ศัลยกรรมคาง " เพื่อปรับรูปหน้ากันมากขึ้น เพราะคิดว่าเป็นวิธีที่สามารถช่วยปรับปรุง และแก้ไขรูปหน้าที่ไม่ได้สัดส่วน ให้ออกมาสวยได้ดั่งต้องการ เช่นการแก้ไขใบหน้าที่สั้นไม่ได้รูปให้ดูยาวเรียวได้รูปมากขึ้น แต่ว่านอกจากการศัลยกรรมแล้ว ยังมีอยู่อีกวิธีเพื่อการปรับรูปหน้า โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดด้วยอยู่ด้วยครับ แถมที่สำคัญคือไม่ต้องพักฟื้น นั่นก็คือการเติม ฟิลเลอร์คางหรือการฉีดฟิลเลอร์คางนั่นเองครับ  ซึ่งวิธีที่ว่านี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย เพราะนอกจากนี้จะสามารปรับรูปหน้าได้แล้ว ยังสามารถช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับคางได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นปัญหา คางตัด ทำให้ใบหน้าดูสั้น ใบหน้ากลม คางบุ๋ม จากกรรมพันธุ์ คางเหลี่ยม คางสั้น ทำให้หน้าไม่หวาน ดูไม่สมส่วน จนทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเองด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เกิดเป็นคำถามระหว่างการฉีดฟิลเลอร์คางกับผ่าตัดเสริมคางนั้น ควรเลือกอย่างไหนดีกว่ากันขึ้นมาครับ

ข้อคำนึงก่อนตัดสินใจ อย่างแรกเลยควรมองถึงความปลอดภัยก่อนเป็นอันดับแรกครับ สองผลลัพธ์ที่ได้ เนื่องจากหลายกรณีเมื่อทำไปแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ หรือแก้ไขแล้วไม่ดีเท่าที่ต้องการนั้นเองครับ

[ ฟิลเลอร์คาง VS ผ่าตัดเสริมคาง ]

  • การฉีดฟิลเลอร์คือการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในบริเวณต่างๆ ของใบหน้า เพื่อเติมเต็ม ปรับรูปหน้า และยกกระชับใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น

การฉีดฟิลเลอร์คืออะไร

ฟิลเลอร์เองนั้นเป็นสารจำพวก Hyaluronic acid ที่สกัดจากธรรมชาติโดยผ่านกรรมวิธีคัดแยกแบบพิเศษ ทำให้มีความปลอดภัยต่อผิวมาก จึงไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบการแพ้ก่อนรับการฉีดครับ และโอกาสการเกิดการแพ้น้อยมากๆ ซึ่งจากงานวิจัยพบว่าอาการแพ้ที่มักเกิดขึ้นนั้น มักจะเกิดจากการแพ้ยาชามากกว่าครับ

ซึ่งยาชาที่ใช้นั้นเป็นยาชาชนิดเดียวกันกับที่เคยฉีดยาตอนถอนฟัน หรือยาชาตอนทำแผลมานั้นเองครับ หากเคยได้รับแล้วไม่เกิดอาการแพ้ ก็ไม่มีปัญหาครับ

แต่อย่างไรก็ตามทุกหัตถการย่อมมีความเสี่ยง ความปลอดภัยในการฉีดนั้นขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์  หากฉีดเข้าไปยังชั้นผิวหนังที่ตื้นเกินไป อาจจะทำให้เกิดปัญหาคางเสียรูปได้เช่นกันครับ

การฉีดฟิลเลอร์คาง จึงถือเป็นอีกหนึ่งหัตถการสำคัญที่ทำให้ใบหน้ามีมิติ สามารถทำให้ใบหน้าดูละมุนขึ้น ดูหน้าหวาน หน้าเรียวมากขึ้น ถ่ายรูปแล้วปัง กรอบหน้าชัด หรือในเพศชายสามารถทำให้ดูคมเข้มมากขึ้น ขึ้นกับความต้องการคนไข้ และเทคนิคการฉีดของแพทย์ครับ

แล้วทำไมในบางกรณี ผลลัพธ์ที่ได้หลังถึงออกมาไม่เป๊ะ ไม่ปัง หรือออกมาไม่สวย ทั้งที่เป็นการฉีดฟิลเลอร์คางให้หน้าเรียวสวยเหมือนกันนั้น ขึ้นกับอะไรบ้าง

1.ชนิดของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ครับ อย่างที่ทราบกันดีว่า ฟิลเลอร์ในเมืองไทยมีหลายยี่ห้อ และแต่ละยี่ห้อมีหลายรุ่นหลายชนิดมาก แต่ละชนิดมีคุณสมบัติต่างกัน การที่จะทำฟิลเลอร์คางให้สวย ต้องเลือกชนิดฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลเหมาะสม มีคุณสมบัติที่จะขึ้นทรงได้สวย ซึ่งตรงนี้จะขึ้นกับประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำหัตถการที่จะเลือก ชนิดฟิลเลอร์ให้เหมาะกับรูปหน้าของแต่ละเคสเลยด้วยครับ ในกรณีบางคนที่ฉีดออกมาแล้วคางเป็นก้อนกลมๆ ไม่เป็นทรง ฉีดแล้วแต่เหมือนไม่ได้ฉีดมา สาเหตุหนึ่ง ก็มาจากการเลือกชนิดฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสมนั่นเองครับ

2.เทคนิคการฉีดของแพทย์นับเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะการฉีดฟิลเลอร์คางให้ออกมาดูสวยนั้น ไม่ได้ฉีดอยู่เพียงตรงกลางตำแหน่งเดียว แต่จะต้องปรับทรงทั้งซ้ายขวา ให้รับกับรูปจมูก และปาก รวมถึงเทคนิคการฉีดให้คางไม่งอนเป็นมะม่วง แหลมเป็นแม่มด หรือฉีดออกมาดูเป็นก้อนๆกลมๆ ที่คาง ทั้งล้วนขึ้นอยู่กับฝีมือของแพทย์ทั้งสิ้นครับ

3.นอกจากเทคนิคการฉีด ยังขึ้นกับเทคนิคในการปั้นขึ้นทรงคางของแพทย์ด้วยครับ หากจะบอกว่าการฉีดฟิลเลอร์เป็นงานศิลปะของแพทย์อย่างแท้จริงเลยก็คงไม่ผิดครับ เพราะนอกจากต้องออกแบบให้รับเข้ากับใบหน้าของแต่บุคคลแล้วยังต้องใช้เทคนิคต่างให้ออกมาสวยดูดีได้รูปด้วยนั่นเอง

การฉีดฟิลเลอร์คางควรใช้กี่ซีซี

ขนาดของการใช้แนะนำให้ปรึกษาและประเมินรูปหน้ากับแพทย์ก่อนเลือก ฟิลเลอร์คาง ที่เหมาะสมกับใบหน้า และรูปทรงที่ต้องการใช้ฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับจุดและบริเวณที่ต้องการเสริม

ในส่วนของฟิลเลอร์คางโดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 1 cc.  และควรเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีความคงตัวสูง เพื่อให้ปั่นเป็นทรงได้ ช่วยแก้ไขปัญหาริ้วรอยและเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ด้วย

การฉีดฟิลเลอร์คางมีอันตรายไหม

ทุกหัตถการย่อมมีความเสี่ยง ความปลอดภัยในการฉีดนั้นขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ผู้ทำการรักษา เนื่องจากบางบริเวณของผิวจะมีเส้นเลือดอยู่มาก หากแพทย์ไม่มีความระมัดระวัง ประสบการณ์น้อยก็อาจมีความเสี่ยงที่จะเข้าไปรบกวนเส้นเลือด หรือเกิดปัญหาคางเสียรูป

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์คาง

สามารถปรับรูปหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติ
สามารถรองรับกับกรอบหน้าได้ดีกว่า
สามารถแก้ไขได้ง่าย
ไม่จำเป็นต้องพักพื้น

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์คาง

ระยะเวลา ซึ่งฟิลเลอร์สามารถอยู่ได้นานที่สุดเพียง 2 ปี

- การผ่าตัดเสริมคาง จุดประสงค์เพื่อเสริมให้ใบหน้าได้สัดส่วนมากขึ้น ทำให้ใบหน้ายาวเรียวขึ้น มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าผ่าตัดมีความเสี่ยงเสมอ ดังนั้นจำเป็นต้องพิจารณาตามความต้องการของตัวคุณเองครับ

ข้อดี การผ่าตัด ศัลยกรรมคาง

ลงทุนครั้งเดียว
อยู่ได้ถาวร

ข้อเสีย การผ่าตัด ศัลยกรรมคาง

การทำให้ออกมาเป็น ธรรมชาติได้ยาก เนื่องจากลักษณะทางกายภาพ ซิลีโคลน เป็นของแข็ง
ปรับให้พอดีกับ กรอบหน้าได้ยาก
หากต้องการปรับเปลี่ยนต่อมีการผ่าตัดใหม่ทุกครั้ง กรณีผ่าตัดหลายๆ ครั้ง อาจจะทำให้เกิดพังผืด
ต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานาน

ดังนั้นจำเป็นต้องพิจารณาตามความต้องการของตัวคุณเองครับ แม้ว่าการเสริมคางด้วยซิลิโคนเป็นการอยู่ถาวร แต่การจะทำให้ได้รูปคางตามที่ต้องการนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะการที่จะทำการเหลาก้อน ซิลิโคนให้ออกมารองรับกับใบหน้านั้นเป็นเรื่องยากมาก และยังมีเรื่องของระยะเวลาพักฟื้น อาการบวมแดง ทำให้กว่าเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนนั้นต้องใช้เวลานั่นเอง และในด้านของการพักฟื้นเองก็ควรต้องพิจารณาความพร้อมของร่างกายประกอบด้วย ในกรณีที่มีปัญหาสุขภาพหลายอย่าง ควรเลือกวิธีที่ความเสี่ยงน้อยและควรแจ้งแพทย์ก่อนการรักษาทุกครั้ง

ฟิลเลอร์ใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา สยบทุกปัญหาใต้ตา ใต้ตาคล้ำ ตาโหลลึก

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี ปลอดภัยไม่บวม ไม่ต้องพักฟิ้น ช่วยเติมความสวยทำให้ใบหน้าดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะว่า ฟิลเลอร์ใต้ตา คือการฉีดคอลลาเจนที่ชื่อ Hyaluronic Acid หรือที่นิยมเรียกกันว่า HA ฟีลเลอร์ ครับซึ่งก็คือคอลลาเจนประเภทหนึ่งที่ร่างกายของเราสามารถผลิตขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ โดยทำการฉีดเข้าไปยังบริเวณใต้ตาเพื่อเติมเต็มให้ดูมีน้ำมีนวลขึ้น ร่องลึกที่เคยเห็นชัดดูตื้นขึ้น ถุงใต้ตาดูลดลง ส่งผลทำให้ใบหน้าของเราดูเด็กลงครับ

ฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง ?

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา filler ช่วยแก้ปัญหา

เหตุผลที่ต้องฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

อย่างที่รู้กันครับ เมื่ออายุของเรามากขึ้น โครงสร้างของใบหน้า และผิวหน้า จะเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่นกระดูกโครงหน้าจะเกิดการยุบ กล้ามเนื้อลดน้อยลง เกิดเป็นร่องรอยบริเวณใต้ตานั้นเองทำให้ใบหน้าของเราดูหย่อยคล้อย แลดูโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในทุกๆ คน เมื่ออายุเกิน 25 ปีขึ้นไปครับ

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จะสามารถช่วยให้ใบหน้าของเราดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุดครับ และอย่างในกรณีที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์บริเวณอื่น ๆ ก็ควรทำการฉีดใต้ตาก่อนเพื่อให้เกิดความบาลานซ์ของใบหน้าให้มากที่สุดนั่นเองหลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินว่าการ ฉีดฟิลเลอร์ลดถุงใต้ตา นั้นอันตราย ซึ่งต้องขอชี้แจงก่อนนะครับว่า ปัญหาที่ทำให้การฉีดฟิลเลอร์เป็นอันตรายนั้น โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดจากการที่ฟิลเลอร์ไม่บริสุทธ์ หรือ ฟิลเลอร์ปลอม ซึ่งสารเจือปนดังกล่าวได้เกิดการตกค้างในร่างกาย ทำให้เกิดอาการบวม ใบหน้าผิดรูปไปนั่นเองครับ

ซึ่งในกรณี ฟิลเลอร์แท้ filler 100% นั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น เพราะเมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าสู้ร่างกาย เมื่อเวลาผ่านไปฟีลเลอร์แท้จะสามารถละลายออกได้เองถึง 99% และเหลือไว้เพียงส่วนที่คอลลาเจน อีลาสตินที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวในส่วนที่เราฉีดฟิลเลอร์ เข้าไป เพียง 1% ครับ

ทำการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา นั้นไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัว หรืออันตรายอีกต่อไปแล้ว แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยให้เกิดอันตรายนั้น คือที่ ฟิลเลอร์ ที่ใช้นั้นเองครับ

รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ก่อนและหลัง

การฟิลเลอร์ใต้ตา นอกจากทำให้ดูเด็กลงแล้ว ยังสามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้บ้าง ?

  • ฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถแก้ปัญหา เบ้าตาลึก ตาโหล ที่เกิดมาจากกรรมพันธุ์

การฉีดฟิลเลอร์จะช่วยผิวใต้ตาดูเต็ม ทำให้ดวงตาดูสดใสขึ้นทันทีหลังฉีดครับ

  • ฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถแก้ปัญหา ร่องน้ำตาชัด

ทำให้ใบหน้าหย่อนคล้อย ดูเหนื่อยตลอดเวลาเห็นเป็นเส้นลงมาจากหัวตา ทำให้ใต้ตาดูมีวงคล้ำ ใบหน้าดูเหนื่อย โทรม

  • ฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถแก้ปัญหา ถุงใต้ตาย้อย

ปัญหาของถุงตาทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ถึงแม้จะไม่สามารถ กำจัดถุงใต้ตา ให้ออกไปได้ แต่จะทำให้ทำให้ ถุงใต้ตา ดูลดลง และผิวบริเวณนี้ดูเรียบเนียนขึ้น จนดูเหมือนถุงใต้ตาหาไปนั่นเอง

โดยการฉีดฟิลเลอร์  สามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้ทั้งหมดครับ และสามารถทำให้ผิวชุ่มชื่นดูเต่งตึงขึ้น นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติช่วยในการยกกระชับใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นทันทีหลังฉีดด้วยครับ

รีวิวเสียงตอบรับประสบการณ์จากคนไข้จริง

หากจะฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ควรเลือกจากปัจจัยอะไรบ้างครับ ?

1. ควรเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ก่อนที่จะทำการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ไหนดี ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์อย่างละเอียดก่อนว่าแพทย์ดังกล่าวเป็นแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ มีความรู้ความชำนาญ โดยเฉพาะการฉีดในตำแหน่งที่มีความอันตรายสูง ไม่ได้แอบอ้างนั่นเองครับ

2. การบริการโดยพนักงานคลินิก

พนักงานที่ ยิ้มแย้มแจ่มใส สุภาพเป็นกันเอง และสามารถให้ความรู้เบื้องต้นแก่คนไข้ได้เป็นอย่างดีครับ

3. ผลลัพธ์ และการรีวิว

การรีวิวนั้นหลังการทำการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา นับเป็นอีกหนึ่งเครื่องการันตีถึงฝีมือของแพทย์ได้เป็นอย่างดีครับ เพราะหากไม่ได้ผลจริงเขาคงไม่กล้าถ่ายรูปตัวเองมาให้คนอื่นดูหรอกจริงไหมครับ