ลดถุงใต้ตา

“ถุงใต้ตาดำคล้ำปัญหากวนใจ ฟิลเลอร์ช่วยได้อย่างไร

ลดถุงใต้ตา เป็นสิ่งที่สาว ๆ ที่อายุมากขึ้นต้องการหาทางรักษาให้ดีขึ้น มักมีคำถามว่า ถุงใต้ตาดำ คล้ำมีสาเหตุเกิดจากอะไร เป็นปัญหากวนใจทำยังไงดี เคยรู้สึกไหมคะ เวลาส่องกระจก รู้สึกว่าใบหน้าดูโทรมมากกก ตรงใต้ตาเนี๊ยแหละ ตัวดีเลย ทั้งคล้ำ ทั้งลึกโหล แถมมีถุงไขมันใต้ตา ไหนจะร่องน้ำตาชัดอีกเป็นปัญหาที่จุกจิกกวนใจใคร ทำยังไงก็ไม่หายสักที ตาแบบว่าคล้ำมาก คอลซีลเลอร์อายครีมใดๆ ก็เอาไม่อยู่

สงสัยกันไหมคะ ว่าปัญหาถุงใต้ตานี้เกิดจากอะไร

โดยหลักๆ แล้วปัญหาใต้ตาสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยเหล่านี้ค่ะ

1.อายุที่เพิ่มขึ้น 

เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ปัญหาใต้ตามากขึ้น เนื่องจาก คอลลาเจนลดลง ส่งผลให้โครงสร้างบริเวณใต้ตานั้น  เกิดการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ กระดูกเบ้าตาเสื่อมเกิดการทรุดตัวลง กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันรอบๆดวงตามีการหย่อนตัวมากขึ้น ผิวขาดคอลลาเจนมากขึ้น

2. การพักผ่อนน้อย

การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ หรือดื่มน้ำปริมาณที่น้อย ทำให้ผิวแห้งขาดน้ำ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความหมองคล้ำใต้ตาได้ค่ะ

3. โรคประจำตัว

เช่น ภูมิแพ้ เป็นสาเหตุของปัญหาใต้ตาคล้ำที่พบได้บ่อยมากๆ

4. การเสริมจมูก 

ในปัจจุบันที่ศัลยกรรมจมูก (เสริมจมูก) ได้รับความนิยมมาก แต่มักมีอาการบวมช้ำเขียวหลังทำหัตถการ บริเวณรอบๆ และยังทิ้งความคล้ำช่วงใต้ตา นั่นเพราะว่ามีการคั่งของเม็ดสีของเลือดเก่าๆที่ยังถูกดูดซึมไปไม่หมดแม้ว่าจะยุบบวมไปแล้วก็ตาม ทำให้บางคน ใต้ตาคล้ำ ไม่กลับมาสดใสเหมือนก่อน

ฉีดฟิลเลอร์ลดถุงใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร ?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา โดยจะทำการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในบริเวณใต้ตา เพื่อเติมเต็มช่องว่างใต้ตา ทำให้ริ้วรอยร่องลึกที่เคยเป็นดูตื้น อย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังเป็นการเติมใยคอลลาเจนที่หายไป ทำให้ผิวหน้าของเรากลับมาเต่งตึง แลดูอ่อนเยาว์ขึ้นค่ะ เพราะโดยปกติแล้ว ผิวหนังของมนุษย์เรานั้น จะมีส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ผิวเต่งตึงอยู่ตลอด นั่นคือ ใยคอลลาเจน ที่ร่างกายของเราสามารถสร้างขึ้นมาได้เอง และเมื่อเราเริ่มอายุเพิ่มมากขึ้นการสร้าง ใยคอลลาเจน ในผิวหนังจะค่อยๆ ลดลง ตามธรรมชาติ ส่งผลให้เกิด ริ้วรอยขึ้นบนใบหน้าของเรา ซึ่งตำแหน่งที่สามารถเห็นได้ชัดที่สุด คือบริเวณใต้ตาของเรานั่นเองค่ะ

โดยการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จะทำให้ถุงใต้ตาดูลดลง และผิวบริเวณนี้ดูเรียบเนียนขึ้นจนดูเหมือนถุงใต้ตาดีขึ้นได้

ซึ่งฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนั้นได้แก่ HA Filler ( HA ฟิลเลอร์ ) กับ FAT Filler ( ฉีดไขมัน ) ค่ะ

ระหว่าง HA Filler ( HA ฟิลเลอร์ ) กับ FAT Filler ( ฉีดไขมัน ) อย่างไหนดีกว่ากัน

ระหว่างการฉีดฟิลเลอร์กับการฉีดไขมัน เป็นคำถามที่คนไข้ส่วนใหญ่อยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก เพราะทั้งการ ฉีดฟิลเลอร์ และการ ฉีดไขมัน ต่างก็เป็นการฉีดสารเติมเต็มเหมือนกัน แพทย์บางท่านอาจจะแนะนำให้ ฉีดฟิลเลอร์ ในขณะแพทย์บางท่านก็แนะนำให้ฉีดไขมัน งั้นเราลองมาดูข้อแตกต่าง ข้อดี และข้อเสีย ของการ ฉีดไขมัน และ ฟิลเลอร์ กันค่ะ

HA ฟิลเลอร์ คืออะไร

ฟิลเลอร์นั้นเป็นสารจำพวก Hyaluronic acid ที่สกัดจากธรรมชาติโดยผ่านกรรมวิธีคัดแยกแบบพิเศษ ทำให้มีความปลอดภัยต่อผิวมาก จึงไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบการแพ้ก่อนรับการฉีดค่ะ และโอกาสการเกิดการแพ้น้อยมากๆๆ ซึ่งในวิจัยพบว่าอาการแพ้อาจเกิดจากการแพ้ยาชา ซึ่งถ้าเคยฉีดยาตอนถอนฟัน หรือยาชาตอนทำแผลมาแล้วไม่เกิดอาการแพ้ ก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ เพราะเป็นยาชาชนิดเดียวกันเลย

Hyaluronic Acid คืออะไร ?

Hyaluronic Acid  คือ กรดที่ร่างกายของเราผลิตขึ้นมาเองได้ มีอยู่ทั่วไปตามร่างกาย และโดยเฉพาะบริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างอวัยวะและเซลล์ เพื่อเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสี และเพิ่มความยืดหยุ่น เช่น บริเวณหัวเข่า ถ้าขาดสารตัวนี้ จะมีผลทำให้การเดินจะเจ็บปวดเพราะว่าไม่มีตัวช่วยลดการเสียดสีระหว่างกระดูก ข้อต่อนั่นเอง นอกจากนี้ในวงการแพทย์ถูกใช้นำมาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างกว้างขวางทั้งร่างกายและผิวพรรณค่ะ

ข้อดีของการฉีด HA Filler (Hyaluronic Acid Filler)

  1. เจ็บน้อยกว่า และไม่เกิดแผลเป็น

2.แก้ปัญหาใต้ตาได้ครบ ทั้ง ใต้ตาคล้ำ ขอบตาดำ ตาโหลลึก และ ถุงใต้ตา

  1. ไม่มี Downtime หรือมีก็น้อยมาก และหากได้รับการฉีดโดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิลเลอร์โดยเฉพาะ รับรองความปลอดภัยได้เลย
  2. การฉีด HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) แทบไม่ต้องพักฟื้น
  3. การฉีด HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) จะใช้เวลาน้อย เวลาในการฉีดประมาณ 15-30 นาทีเท่านั้น และเห็นผลได้ทันทีหลังฉีด
  4. สาร HA Filler (Hyaluronic Acid Filler)  มีโมเลกุลหลายรูปแบบ ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีและดูเนี้ยบกว่ามาก
  5. Hyaluronic acid ปลอดภัยมาก เป็นสารชนิดเดียวกับที่ชั้นผิวเรามีตามธรรมชาติอยู่แล้ว โอกาสที่จะแพ้จึงน้อยมากๆๆ โดยคนที่แพ้ฟิลเลอร์มักเกิดจากแพ้ยาชาในฟิลเลอร์มากกว่า แต่ถ้าเคยฉีดยาชาถอนฟันแล้วไม่แพ้ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะเป็นยาชนิดเดียวกัน

ข้อเสียของการฉีด HA Filler (Hyaluronic acid filler)

  1. HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) ราคาต่อซีซี ค่อนข้างสูงกว่า FAT Filler แต่บางเคสที่ฉีดไขมัน(FAT Filler) ไปแล้วสลายหายไปหมดเลยก็มี [ถึง HA Filler จะแพงกว่า แต่มีความคุ้มค่ามากกว่า]
  2. บางรายอาจมีอาการปวด ,บวม แต่อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1 ถึง 2 วัน

FAT Filler (ฉีดไขมัน) คืออะไร

การฉีดไขมันหน้าเป็นการปลูกถ่ายไขมัน (Autologous fat grafting) คือดูดไขมันจากที่หนึ่งไปเติมอีกที่เพื่อหวังว่าเซลล์ไขมันที่ดูดไปนั้น จะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้ เปรียบเสมือนการปลูกถ่ายเนื้อเยื่ออย่างหนึ่งเลย

ข้อดีของการฉีดไขมัน (FAT Filler)

  1. ราคาต่อซีซีดูเหมือนจะถูกกว่า
  2. เพราะเป็นการใช้ไขมันตัวเอง เหมือนจะช่วยลดไขมันส่วนเกินได้ แต่ไขมันที่ถูกนำออกไปอย่างรวดเร็วนั้น เมื่อร่างกายเกิดช่องว่างในชั้นไขมัน ก็จะมีการสะสมไขมันเพื่อเติมเต็มช่องว่างนั้นกลับมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน

3.หากได้ไขมันที่มีสเตมเซลล์ที่ดี ก็จะช่วยฟื้นฟูบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นกระจ่างใส ลดรอยยับและปัญหารูขุมขน

ข้อเสียของการฉีดไขมัน (FAT Filler)

  1. เจ็บซ้ำซ้อน เพราะต้องดูดไขมัน(FAT Filler)ของเราออกมาก่อน
  2. สสารของไขมัน (FAT Filler) จะมีขนาดใหญ่กว่าสาร HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) ฉนั้น

การฉีดไขมันจะต้องใช้เข็มที่ใหญ่กว่า ซึ่งก็จะทำให้เจ็บมากกว่า และด้วยเข็มที่ใหญ่กว่า โอกาสที่จะแทงทะลุเข้าเส้นเลือดก็มีมากกว่าเช่นกัน

  1. การฉีดไขมัน (FAT Filler)ใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า HA Filler (Hyaluronic Acid Filler)
  2. หากว่าร่างกายของเราผอมมากๆ หรือวัยของเรามากขึ้น ไขมัน (FAT Filler) ที่ได้จะมีคุณภาพที่ไม่ค่อยดีพอที่จะนำมาใช้
  3. เมื่อได้ไขมัน (FAT Filler) ที่ไม่มีคุณภาพ ไขมันบางเซลล์จะมีโอกาสตายและลดลงได้ มีงานวิจัยนึงของเกาหลี เปอร์เซ็นต์การอยู่รอดของไขมัน เมื่อฉีดเข้าไป ภายใน 3 เดือน จาก 100% จะลดลงไปเหลือเพียงแค่ 20% เท่านั้น
  4. การฉีดไขมัน (FAT Filler)เข้าไปในร่างกายของเรามีโอกาสทำให้เกิดตาบอดมากกว่า HA Filler (มีผลการวิจัยรับรองจาก Literature Review)

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม 

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคนพูดกันว่าการ ฉีดฟิลเลอร์ นั้นอันตราย ปัญหานี้โดยส่วนใหญ่แล้วมันจะเกิดจากการ ฟิลเลอร์ไม่บริสุทธ์ หรือ ฟิลเลอร์ปลอม ซึ่งสารเจือปนดังกล่าวได้เกิดการตกค้างในร่างกาย ทำให้เกิดอาการบวม ใบหน้าผิดรูป นั่นเอง

ซึ่งในกรณีฟิลเลอร์แท้นั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น เพราะเมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าสู้ร่างกาย เมื่อเวลาผ่านไปฟีลเลอร์แท้จะสามารถละลายออกได้เองถึง 99% และเหลือไว้เพียงส่วนที่คอลลาเจนอีลาสตินที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวในส่วนที่เราฉีดฟิลเลอร์เข้าไป  เพียง 1% เท่านั้นเอง

สรุปได้ว่าการฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัว หรืออันตรายอีกต่อไปแล้ว แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยให้เกิดอันตรายนั้น คือที่ ฟิลเลอร์ที่ใช้ นั้นเองค่ะ

เคสอุทาหรณ์ ประสบการณ์ ฉีดไขมัน แล้วหน้าพัง!!   รีวิวจากคนไข้จริง

ก่อนอื่นเลย ต้องขอขอบคุณ คุณขวัญ มากๆ เลยค่ะ ที่ช่วยมาแชร์ประสบการณ์ให้แอดมินฟังค่ะ

ความเดิมเมื่อประมาน 1 ปีก่อน

คุณขวัญ ได้ไปทำตา 2 ชั้นมาค่ะ แต่เมื่อทำเสร็จแล้ว คุณขวัญ พบว่าบริเวณใต้ตานั้นเกิดถุงขึ้น คุณขวัญ จึงได้ทำการปรึกษาคุณหมอท่านแรก เกี่ยวกับอาการดังกล่าว ซึ่งคุณหมอท่านนั้น ได้แนะนำให้คุณขวัญ ทำการฉีดไขมันเพื่อเติมเต็มถุงใต้ตา ซึ่งเมื่อคุณขวัญทำการฉีดไขมันบริเวณใต้ตามาแล้ว เกิดอาการบวม อย่างรุนแรง บริเวณที่ทำการฉีดไขมัน

ในช่วงแรกคุณหมอท่านดังกล่าวได้ บอกกับคุณขวัญ ว่าเป็นเพียงผลข้างเคียงจากการฉีดไขมัน  และจะค่อยๆ หายไปเอง จนเมื่ออาการบวมเริ่มหาย คุณขวัญพบว่าผลลัพธ์ที่ได้ ผิวบริเวณใต้ตา เป็นก้อน เกิดเป็นคลื่น ไม่เรียบเนียน และยังเห็นชัดมากๆ ด้วยค่ะ ในตอนนั้น คุณขวัญ เข้าใจว่าอาการดังกล่าวคงอยู่เพียงไม่นาน และคงหายไปได้เองเหมือนอาการบวม

คุณขวัญ จึงรอปล่อยให้อาการดังกล่าวหายไปเองจน 3 เดือน ผ่านไปกลับไม่ได้ดีขึ้นเลย คุณขวัญ จึงแจ้งปัญหาดังกล่าวกับคุณหมอท่านเดิม และขอวิธีแก้ไข คุณหมอท่านนั้นได้แนะนำให้ คุณขวัญผ่าตัดขูดเอาไขมันที่เติมเข้าไปในบริเวณใต้ตาออก ซึ่งคุณขวัญ ตกลงยอมทำการขูดออก

แต่เมื่อทำการนำไขมันออกแล้ว ใบหน้าของคุณขวัญ กลับยังไม่ดีขึ้นเลย และยังคงเป็นรอยลึก เป็นคลื่นค่ะ ในช่วงแรกคุณขวัญ เข้าใจว่าเป็นเพียงอาการข้างเคียงหลังผ่าตัด เหมือนครั้งก่อนค่ะ แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณขวัญ พบว่าอาการยังคงเหมือนเดิม และไม่ดีขึ้น คุณขวัญ จึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนคลินิกที่ทำ คุณ…. ได้เข้าไปขอคำปรึกษาจากคุณหมอท่านที่ 2

คุณหมอท่านที่ 2 ได้อธิบายเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น ให้คุณขวัญ ได้ฟัง โดยปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่ยังคงมีไขมันที่ได้ทำการฉีดไปในตอนแรก เหลืออยู่จึง ทำให้บริเวณใต้ตาของคุณขวัญ  ยังคงไม่ดีขึ้นนั่นเองค่ะ คุณหมอท่านดังกล่าว ได้แนะนำให้ คุณขวัญ ทำการผ่าตัดอีกครั้ง

เพื่อนำไขมันที่เหลือออกจนหมด ซึ่งหลังจากทำการผ่าตัดนำไขมันออกอีกครั้ง คุณขวัญ กลับพบว่า บริเวณใต้ตายังคงเหลือไขมันอยู่ในบริเวณ หางตาด้านซ้าย และหัวตาด้านขวา ทำให้เวลาที่ คุณขวัญ ยิ้ม ผิวจะเกิดอาการยุบลงอย่างมากค่ะ นอกจากนี้ บริเวณใต้ตายังมีอาการดำคล้ำ และเหี่ยวย่นด้วย

คุณขวัญ จึงได้เข้าไปปรึกษากับคุณหมอท่านเดิมอีกครั้ง คุณหมอจึงแนะนำให้ทำการฉีด HA ฟิลเลอร์ แทนเพื่อเติมเต็มและแต่งใต้ตาที่มีปัญหาให้กลับมาเรียบเนียนขึ้น คุณขวัญ จึงตัดสินใจตกลง ฉีดฟิลเลอร์ (ไม่ได้ฉีดกับทางเรานะคะ) โดยครั้งแรกทำการฉีดไปก่อน 1 CC แต่คุณขวัญ กลับไม่รู้สึกดีขึ้น

คุณขวัญ จึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนคลินิกอีกครั้ง และตัดสินใจให้คุณหมออีกท่าน แต่งใต้ตาเพิ่มโดยการฉีดฟิลเลอร์เพิ่มอีก 2 CC เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และเติมเรื่อยๆ ทุกอาทิตย์

แต่แล้วคุณขวัญ กลับต้องผิดหวังอีกครั้งค่ะ เพราะหลังจากฟิลเลอร์ใต้ตาที่ได้กลับเกิดอาการช้ำ บวม เนื่องจากหลอดเลือดฝอยใต้ตาแตก ส่งผลให้เกิดอาการบวมช้ำ และเป็นก้อนค่ะ

หลังจากนั้น คุณขวัญ ได้ติดต่อทางคลินิกของเราเข้ามา และได้เล่าประสบการให้แอดมินฟังค่ะ แอดมินจึงได้นำเรื่องไปปรึกษาคุณหมอจึงได้ทำการนัดคุณขวัญ เข้ามาดูอาการที่คลินิกค่ะ โดยคุณขวัญ ได้บินตรงจากขอนแก่นเลยค่ะ

หลังจากพูดคุยกันแล้ว คุณหมอจึงแนะนำให้ฉีดสลายฟิลเลอร์ก่อน จากนั้นจึงนัดเข้ามาติดตามอาการหลังฉีดสลายค่ะ

ผลลัพธ์ที่ได้ ถูกใจคุณขวัญ มากๆ เลย ว้าววววว !!! บริเวณใต้ตาที่เคยเป็นก้อนหายไปมากเลยค่ะ !!!

แต่ว่าหลังฉีดสลายไปแล้ว ใต้ตาของคุณขวัญ ยังคงโทรมอยู่ คุณหมอเมฆของเรา เลยจัดการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ให้ใหม่ค่ะ  ผลก็เป็นอย่างที่เห็นค่ะ เปะปัง!! จนต้องเลยร้องว้าวววววว!! เลยค่ะ

ทิ้งท้ายกับประโยคติดปากของ คุณหมอเมฆค่ะ

การฉีดฟิลเลอร์นั้น ไม่ใช่ฉีดกับใครก็ได้ ไม่ควรดูเพียงว่าอยู่ใกล้ หรือไกลบ้าน เพราะ ฟิลเลอร์ เป็นทั้ง ศาสตร์ และ  ศิลป ซึ่งเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์เป็นสิ่งสำคัญครับ ดังนั้น ควรเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับใบหน้าเราเถอะครับ ใบหน้าเราไม่ใช่หวย ควรสวยไม่ต้องลุ้น เพราะใบหน้าของเรามีเพียงใบหน้าเดียว

Scroll to top
error: Alert: Content is protected !!