ฟิลเลอร์ Juvederm

“ฟิลเลอร์ Juvederm ของอเมริกามีกี่รุ่น มีความแตกต่างอะไรบ้าง”

จุดเด่นของ ฟิลเลอร์ Juvederm
1. ขึ้นรูปได้ง่าย ปั้นออกมาสวย ไม่เป็นก้อน และดูเป็นธรรมชาติ
2. หลังจากที่ทำการฉีดเสร็จแล้ว มีโอกาสบวมน้อยกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป ด้วยเทคโลโลยีแบบใหม่ล่าสุด vycross technology
3. บางรุ่นระยะเวลาอยู่ได้นาน นานถึง 2 ปีเลยทีเดียว ทำให้ไม่จำเป็นต้องฉีดฟิลเลอร์ซ้ำหลายรอบครับ
มีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองจาก อย. ประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และที่สำคัญสามารถย่อยสลายได้ ไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกายอย่างแน่นอนครับ

“หลายๆ คนสงสัยว่า ฟิลเลอร์ juvederm นั้น เป็นของประเทศอะไร ?”

Juvederm  Filler  เป็นแบรนด์สัญชาติสหรัฐอเมริกาครับ และนำเข้าโดยบริษัท Allergan Thailand (DSKH)
ผลิตภัณฑ์ Filler หรือ Hyarulonic Acid ของ Juvederm นั้นผ่านการรับรองว่าปลอดภัยโดย US FDA และ Thai FDA โดยแบ่งออกเป็นแต่ละรุ่นได้แก่

1.ฟิลเลอร์ Juvederm Ultra
เหมาะสำหรับใช้เติมเต็มในบริเวณร่องแก้ม ขมับ ซึ่งจะช่วยให้บริเวณที่ฉีดสารชนิดนี้ดูมีน้ำมีนวล เต่งตึงขึ้นหลังฉีด โดยฟิลเลอร์ชนิดนี้สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน

ฟิลเลอร์ Juvederm Ultra2.ฟิลเลอร์ Juvederm Ultra Plus
เหมาะสำหรับใช้เติมเต็มในบริเวณร่องแก้ม ร่องลึกต่างๆ เติมบริเวณขมับ หรือในคนที่มีหน้าตอบ โดยฟิลเลอร์ชนิดนี้สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6-9 เดือน

ฟิลเลอร์ Juvederm Ultra Plus3.ฟิลเลอร์ Juvederm Volbella
มีโมเลกุลเล็ก ถูกออกแบบมาสำหรับเน้นเติมเต็มในบริเวณใต้ตา และริมฝีปาก ให้ดูเอิบอิ่ม ดูเป็นธรรมชาติ โดยฟิลเลอร์ชนิดนี้สามารถอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน

ฟิลเลอร์ Juvederm Volbella4.ฟิลเลอร์ Juvederm Volift
ถูกออกแบบมาสำหรับผู้มีปัญหาร่องลึกบนใบหน้า ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงตามวัย รวมไปถึงใช้แก้ไขความบกพร่องในบริเวณต่างๆ จุดเด่นของฟิลเลอร์รุ่นนี้คือ หลังฉีดจะดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน และกระจายตัวได้ดีเรียบเนียนเป็นธรรมชาติด้วยครับ โดยฟิลเลอร์ชนิดนี้สามารถอยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน

ฟิลเลอร์ Juvederm Volift5. ฟิลเลอร์ Juvederm Voluma
จัดว่าเป็นฟิลเลอร์สารพัดประโยชน์ทีเดียวครับ มีโมเลกุลขนาดใหญ่ สามารถใช้เติมเต็มได้ทุกส่วนของใบหน้า ขึ้นกับเทคนิคและความชำนาญของแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าแก้ม เพื่อการยกกระชับ  ฟิลเลอร์ขมับ ฟิลเลอร์คาง หรือใช้ปรับรูปหน้า เก็บกรอบหน้าให้ดูน่าดึงดูดมากขึ้น โดยระยะเวลาของฟิลเลอร์ชนิดนี้สามารถอยู่ได้ประมาณ 24เดือน หรือ 2 ปีจากวิจัยเลยทีเดียวครับ

ฟิลเลอร์ Juvederm Volumaหลังจากนี้จะเป็น ผลิตภัณฑ์ ใหม่ล่าสุดของ Juvederm ที่พึ่งเปิดตัวครับ ได้แก่
ฟิลเลอร์ Juvederm Volite (New!!) เปิดตัวที่ประเทศไทยในช่วงกลางปี 2019 นี้
ฟิลเลอร์ Juvederm Volite เป็นผลิตภัณฑ์ล่าสุดของ Juvederm ที่ออกแบบมาสำหรับ ฉีดลดริ้วรอยโดยเฉพาะ และฟื้นฟูสภาพผิวในครั้งเดียว ซึ่งแตกต่างจากฟิลเลอร์ผิวหนังทั่วไป
Volite เป็นฟิลเลอร์ที่นอกจากจะปรับสภาพผิวแล้ว ยังช่วยบำรุงให้ผิวเรียบเนียน (ไม่มีริ้วรอย) พร้อม ความชุ่มชื้น ให้ผิวอีกด้วย
สิ่งที่นับว่าเป็นจุดเด่น ที่สุดของผลิตภัณฑ์ตัวนี้คือ Skinboosters สำหรับช่วยทำให้ผิวกระจ่างใส เหมาะกับผิวบริเวณใต้ตา นอกจากนี้ยังสามารถใช้ กับผิวหนังบริเวณหลังมือ บริเวณลำคอ และช่วงอกได้ด้วย

ฟิลเลอร์ Juvederm Volux  (Coming soon!!) เปิดตัวในงานประชุมผิวหนังนานาชาติที่ประเทศโมนาโค Aesthetic & Anti-Aging World Congress ( AMWC 2019)  ที่คุณหมอแอร์ของเราได้รับเกียรติไปร่วมงานด้วย (คลิ๊ก!)
ฟิลเลอร์ Juvederm Volux เป็นอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งของ Juvederm โดยได้รับการออกแบบเพื่อใช้กับบริเวณคาง และกราม และสามารถคงอยู่ได้นานถึง 24 เดือน
จุดเด่นของ ฟิลเลอร์ Juvederm Volux
• เป็นโมเลกุลหนัก เหมาะสำหรับใช้สำหรับปรับเปลี่ยน บริเวณคาง กราม ขากรรไกร
• ความหนาแน่น ความแข็ง ทำให้สามารถปั้นขึ้นรูปได้ง่ายขึ้น
• เคลื่อนตัวได้ยาก คงรูปได้ดี

ฟิลเลอร์ Restylane

“ฟิลเลอร์ Restylane ของสวีเดนมีกี่รุ่น มีความแตกต่างอะไรบ้าง”

คุณสมบัติพิเศษของ Restylane ฟิลเลอร์

• Restylane เป็นผลิตภัณฑ์ ฟิลเลอร์ ที่ผ่านปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางโมเลกุลน้อยที่สุด (ต่ำกว่า 1% ‘ Minimal Stabilization’) ทำให้มีความใกล้เคียงกับ สารไฮยา     ลูโรนิค แอซิด ตามธรรมชาติที่มีอยู่ในร่ายกายของเรา ทำให้สามารถใช้กับกับร่างกายของเราได้ดี และไม่ส่งผลให้เกิดอาการแพ้ค่ะ
• Restylane คุณสมบัติในการยกผิว (Lifting Capacity) ทำให้สามารถใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้ยกกระชับใบหน้าได้นั่นเองค่ะ
• โดยความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของงตัวผลิตภัณฑ์ Restylane นั้น คือการใช้เทคโนโลยีในการผลิตที่แตกต่างกัน โดยจะถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบได้แก่
* NASHA (Non-Animal Stabilized Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นเทคนิคพิเศษ ทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้น้อยมากๆๆๆค่ะ
* OBT (Optimal Balance Technology) ฟิลเลอร์มีเนื้อเจลนิ่ม มีความยืดหยุ่นสูง สามารถช่วยเติมเต็มและปรับรูปหน้าให้สวยละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ

“ฟิลเลอร์ Restylane รุ่นต่างๆ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มได้แก่”

Restylane ฟิลเลอร์ สำหรับใช้ ปรับรูปหน้า ฟื้นฟูใบหน้าให้แลดูอ่อนเยาว์ ได้แก่

1.ฟิลเลอร์ Restylane ฟิลเลอร์ชนิดโมเลกุลเบา สำหรับฉีดผิวหนังชั้นกลาง เหมาะสำหรับฉีดเพื่อเติมเต็มบริเวณร่องน้ำหมาก  ใช้เทคโนโลยี NASHA ในการผลิต

2. ฟิลเลอร์ Restylane Refyne  ฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติคล้ายกับรุ่น Restylane ต่างกันที่ใช้เทคโนโลยี OBT ในการผลิต เหมาะกับบุคคลที่มีผิวบางกว่า ใช้สำหรับฉีดร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก

3. ฟิลเลอร์ Restylane Defyne ฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติคล้ายกับรุ่น Restylane Lyft สำหรับฉีดผิวหนังชั้นกลาง และชั้นไขมัน เหมาะสำหรับใช้เติมเต็มบริเวณกรอบหน้า ยกกระชับบางส่วน ใช้เทคโนโลยี OBT ในการผลิต

4. ฟิลเลอร์ Restylane Lyft  เป็นฟิลเลอร์ที่โมเลกุลที่หนัก ใหญ่และถูกผลิตขึ้นด้วย OBT  เทคโนโลยี เหมาะสำหรับการขึ้นรูป ยกกระชับใบหน้า กรอบหน้า และฟิลเลอร์คาง

5. ฟิลเลอร์ Restylane Volyme ฟิลเลอร์ ชนิดโมเลกุลใหญ่ ใช้เทคโนโลยี NASHA ในการผลิต
เหมาะสำหรับฉีดบริเวณ ขมับ ยกกระชับและแก้ม

ฟิลเลอร์ Restylane ฟิลเลอร์ สำหรับใช้ พื้นฟูใบหน้าให้กระจ่างใส ได้แก่

6. ฟิลเลอร์ Restylane Vital
7. ฟิลเลอร์ Restylane Vital Light
ฟิลเลอร์ทั้ง 2 ชนิดนี้เป็น ฟิลเลอร์ชนิดโมเลกุลเบา นอกจากจะมีคุณสมบัติในการช่วยเติมเต็มใบหน้าแล้ว ยังมีความสามารถในการให้ผิวกระจ่ายใสอีกด้วย ถูกออกแบบมาใช้กับบริเวณผิวชั้นตื้น ไม่เพียงใบหน้า ยังรวมไปถึงคอ ช่วงอก และหลังมืออีกด้วย[/vc_column_text]

ฟิลเลอร์แท้

“ฟิลเลอร์แท้ ต้องดูยังไง ?

ฟิลเลอร์แท้ มีวิธีดูสังเกตไหม เนื่องจากสมัยนี้น่ากลัว ของปลอมระบาดเต็มไปหมดอย่างที่เห็นกันตามข่าว ไม่ว่าจะเป็นของใช้ ของกิน ก็ไม่เว้น ขนาดผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับใช้รักษา อย่างฟิลเลอร์ยังเยอะมากๆ ถึงขนาดที่ค้นหาตาม Google ยังเจอของปลอมมากกว่าของแท้ด้วยซ้ำครับ ด้วยเรื่องที่ว่านี้ วันนี้ผมเลยเอา Tip ดีๆ สำหรับดู ฟิลเลอร์แท้ ทั้ง Juvederm อเมริกา  Restylane สวีเดน Neuramis จากเกาหลี และ Belotero สวิสเซอแลนด์ มาฝากให้คนไข้ที่น่ารักของผมทุกคนได้อ่านกันครับ

อย่างที่รู้กันครับ เมื่ออายุของเรามากขึ้น โครงสร้างของใบหน้า และผิวหน้า จะเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่นกระดูกโครงหน้าจเกิดการยุบ กล้ามเนื้อลดน้อยลง เกิดเป็นร่องรอยบริเวณใต้ตานั้นเองทำให้ใบหน้าของเราดูหย่อยคล้อย แลดูโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในทุกๆ คน เมื่ออายุเกิน 25 ปีขึ้นไปครับ

การฉีดฟิลเลอร์เข้าไปยังบริเวณใต้ตานี้ จะสามารถช่วยให้ใบหน้าของเราดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุดครับ และอย่างในกรณีที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์บริเวณอื่น ๆ ก็ควรทำการฉีดใต้ตาก่อนเพื่อให้เกิดความบาลานซ์ของใบหน้าให้มากที่สุดนั่นเอง

เริ่มจากผลิตภัณฑ์ของ Juvederm ก่อนเลย

วิธีสังเกตุว่าของแท้หรือไม่
ด้านนอกของกล่องครับ

Juverderm ภายนอก
1.ตัวกล่อง บริเวณด้านซ้ายของกล่องจะมีหมายเลข Lot , วันที่ผลิต,วันหมดอายุ,และ เลขที่อ้างอิงครับ  ซึ่งสามารถใช้หมายเลข Lot ในการตรวจสอบกับบริษัทที่นำเข้าได้ครับ
2.ด้านใต้ตัวกล่อง จะมีสติ๊กเกอร์ ยาควบคุมพิเศษติดอยู่ครับ

ด้านในของกล่องครับ

Juverdermใน
3..ภายในกล่อง ตัวยาจะถูกบรรจุอยู่ในแพ็คเกจ sterile จำนวน 2 ซีซี และด้านหน้าตัวถาดของ แพ็คเกจ จะมีหมายเลข Lot , วันที่ผลิต,วันหมดอายุ,และ เลขที่อ้างอิงครับ ซึ่งจะตรงกันกับ ที่ระบุไว้บริเวณข้างกล่องครับ
4.เมื่อเปิด แพ็คเกจ Sterile ตัวยาจะถูกบรรจุใน Syringe  เป็นหลอดฟิลเลอร์พร้อมใช้งาน โดยจะมี สติ๊กเกอร์ระบุ หมายเลข Lot , วันที่ผลิต,วันหมดอายุ,และ เลขที่อ้างอิงครับ เอาไว้เช่นเดียวกันครับ
5.ตัว  syringe จะถูกปิดด้วยฝาเกลียวพลาสติกครับ
6.ตัว Syringe จะมีหมายเลข Lot ซึ่งจะตรงกันกับสติ๊กเกอร์ในแพ็คเกจ sterile และด้านข้างกล่องครับ
7.ในกล่องจะมีฉลากกำกับยา และข้อมูลของฟิลเลอร์ชนิดนั้นๆ เพื่อให้ศึกษาครับ
Juvederm บริษัทที่นำเข้าคือ Allergan(DKSH) เบอร์โทรศัพท์ 02-640-4999 ต่อ 1

ต่อด้วยผลิตภัณฑ์ของ Restylane กันครับ
วิธีสังเกตุว่าของแท้หรือไม่
ด้านนอกของกล่องครับ

Restylane-ภายนอก
1.ตัวกล่อง มุมขวาบนมีสติกเกอร์ ราคาเป็นแบบ Hologram สะท้อนแสงของ Restylane และ Galderma ติดบนกล่อง
2.ข้างกล่อง ประกอบด้วย  หมายเลขอ้างอิง Lot ,วันหมดอายุ ครับ
3.บริเวณรอยปรุก่อนเปิดกล่องต้องปิดผนึกสนิททั้ง 2 ด้าน

ด้านในของกล่องครับ

Restylane-ภายใน
4.ภายในบรรจุยาใน Sterile Set เป็นหลอดฟิลเลอร์พร้อมใช้งานหลอดยาจะสามารถเปิดใช้ได้ด้วยวิธีการหักฝาจุกสีขาวขุ่นออกเท่านั้น ซึ่งสามารถใช้ยืนยันได้ว่าเป็นฟิลเลอร์ใหม่
5.ส่วนตัวหลอดยามีสติกเกอร์ ระบุรุ่นที่ผลิต และวันหมดอายุเอาไว้อย่างชัดเจน ซึ่งหมายเหล่าเลขนี้จะตรงกันกับที่ระบุไว้บริเวณข้างกล่อง
6.ในกล่องจะมีฉลากกำกับยาและข้อมูลของฟิลเลอร์ชนิดนั้นๆ เพื่อให้ศึกษาครับ

หลังจากการฉีดแล้ว แนะนำ ให้คนไข้เก็บกล่องเปล่า Restylane กลับบ้าน หลังจากทำทรีตเมนต์ทุกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานหรือใช้ตรวจสอบ ในกรณีเกิดผลข้างเคียงหรือ อาการไม่พึงประสงค์
ช่องทางติดต่อสำหรับใช้ตรวจสอบข้อมูลของผลิตภัณฑ์ Restylane ได้ที่
บริษัท Galdema (ประเทศไทย) จำกัด เบอร์โทรศัพท์ 02-023-1800 ต่อ 402

ผลิตภัณฑ์ของ Neuramis  ครับ
วิธีสังเกตุว่าของแท้หรือไม่
ด้านนอกของกล่องครับ

Neuramis-ภายนอก
1.ตัวกล่อง บริเวณด้านขวาของกล่องจะมีสติ๊กเกอร์ QR Code สะท้อนแสง โดยบนตัวสติ๊กเกอร์นั้นได้มีแถบคาดสีขาว ตำหนังสือสีแดงเขียนว่า Scratch here ไว้สำหรับขูดเพื่อแสกน QR Code สำหรับใช้ตรวขสอบกับบริษัทติดเอาไว้ครับ นอกจากนี้บนตัวสติ๊กเกอร์จะถูกพิมพ์ คำว่า Medy Celes ซึ่งเป็นชื่อของบริษัทนำเข้าติดไว้ด้วยครับ
2.ด้านข้างนอก สติ๊ก QR Code จะมี สติ๊กเกอร์สีขาวระบุรายละเอียดต่างๆ เช่น วันที่ผลิต,วันหมดอายุ,และ เลขที่อ้างอิงครับ  ซึ่งจะตรงกับ รายละเอียดที่ ระบุไว้บริเวณใต้กล่องครับ
3.กล่องจะถูกซีลมาอย่างดีครับ โดยกล่องจะไม่มีรอยปุ ซึ่งกล่องของ Neuramis deep นั้นจะสามารถเกิดได้โดยการแกะกล่องจนเสียหายเท่านั้นครับ

ด้านในของกล่องครับ

Neuramis-ภายใน
4.ภายในกล่อง ตัวยาจะถูกบรรจุอยู่ในแพ็คเกจ sterile พร้อมกับเอกสารคู่มือการใช้งาน เช่นเดียวกับยี่ห้ออื่นครับ
5.ด้านหลังของแพ็คเกจ จะมีสติ๊กเกอร์ระบุ  หมายเลข Lot , วันหมดอายุของยาติดเอาไว้ครับ
6.ด้านในของแพ็คเกจ จะประกอบด้วย หลอดยา เข็ม ที่สำคัญตัวหลอดจะถูกปิดด้วยหัวจุกสีเทาไว้เสมอครับ
7.บริเวณด้านข้างของตัวหลอด จะมี  หมายเลข Lot , วันหมดอายุของยาติดเอาไว้ครับ ซึ่งหมายเลขนี้จะตรงกันกับที่ติดไว้ในบริเวณอื่นครับ

เลขที่อ้างอิง และ Lot ของ ผลิตภัณฑ์ของ Neuramis สามารถ เช็คในได้โดย สแกน QR Code หรือติดต่อโดยตรงผ่าน Line Official : @Medyceles ได้เลยครับ โดยมีบริษัทที่นำเข้าคือ  Medy Celes (Thailand)

ปิดท้ายด้วยผลิตภัณฑ์ของ Belotero ครับ
วิธีสังเกตุว่าของแท้หรือไม่
ด้านนอกของกล่องครับ

Belotero-ภายนอก
1.ตัวกล่องจะแตกต่างจากยี่ห้อห้ออื่น คือ กล่องจะถูกดีไซน์มาในรูปแบบแนวตั้งครับ
2.บริเวณมุมด้านซ้ายของกล่องจะมี ชื่อบริษัทที่นำเข้า  Merz Aesthetics ประทับไว้ครับ
3.บริเวณด้านใต้ของกล่องจะมีติ๊กเกอร์ หมายเลข Lot , วันหมดอายุของยาอาติดเอาไว้ครับ ซึ่งสามารถใช้หมายเลข Lot ในการตรวจสอบกับบริษัทที่นำเข้าได้ครับ

ด้านในของกล่องครับ

Belotero-ภายใน
4.ภายในกล่อง ตัวยาจะถูกบรรจุอยู่ในแพ็คเกจ sterile เช่นเดียวกับยี่ห้ออื่นครับ
5.ด้านในของ แพ็คเกจ จะประกอบไปด้วย ตัวยา เข็ม และ สติ๊กเกอร์เลขที่อ้างอิงครับ
6.ตัว syringe จะมีแถบสีติดอยู่ ซึ่งจะตรงกับสีของกล่องครับ
7.ในกล่องจะมีฉลากกำกับยา และข้อมูลของฟิลเลอร์ชนิดนั้นๆ เพื่อให้ศึกษาครับ

เลขที่อ้างอิง และ Lot ของ ผลิตภัณฑ์ของ Belotero สามารถ เช็คใน webside : merzclubthailand ครับหรือ ทางเฟสบุ๊ค : Merz Aesthetics thailand สามารถติดต่อทางอินบ็อก ได้เลยครับ เบอร์โทรศัพท์ 02-229-9696
โดยมีบริษัทที่นำเข้าคือ  Merz Aesthetics (Thailand)

ฉีดไขมันหน้า

“เคสอุทาหรณ์ ประสบการณ์ ฉีดไขมันหน้าแล้วหน้าพัง!! รีวิวจากคนไข้จริง”

ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณ คุณขวัญ มากๆ เลยค่ะ ที่ช่วยมาแชร์ประสบการณ์ให้แอดมินฟังค่ะ

ความเดิมเมื่อประมาน 1 ปีก่อน

คุณขวัญ ได้ไปทำตา 2 ชั้นมาค่ะ แต่เมื่อทำเสร็จแล้ว คุณขวัญ พบว่าบริเวณใต้ตานั้นเกิดถุงขึ้น คุณขวัญ จึงได้ทำการปรึกษาคุณหมอท่านแรก เกี่ยวกับอาการดังกล่าว ซึ่งคุณหมอท่านนั้น ได้แนะนำให้คุณขวัญ ทำการฉีดไขมันเพื่อเติมเต็มถุงใต้ตา ซึ่งเมื่อคุณขวัญทำการฉีดไขมันบริเวณใต้ตามาแล้ว เกิดอาการบวม อย่างรุนแรง บริเวณที่ทำการฉีดไขมัน 

ในช่วงแรกคุณหมอท่านดังกล่าวได้ บอกกับคุณขวัญ ว่าเป็นเพียงผลข้างเคียงจากการฉีดไขมัน  และจะค่อยๆ หายไปเอง จนเมื่ออาการบวมเริ่มหาย คุณขวัญพบว่าผลลัพธ์ที่ได้ ผิวบริเวณใต้ตา เป็นก้อน เกิดเป็นคลื่น ไม่เรียบเนียน และยังเห็นชัดมากๆ ด้วยค่ะ ในตอนนั้น คุณขวัญ เข้าใจว่าอาการดังกล่าวคงอยู่เพียงไม่นาน และคงหายไปได้เองเหมือนอาการบวม

คุณขวัญ จึงรอปล่อยให้อาการดังกล่าวหายไปเองจน 3 เดือน ผ่านไปกลับไม่ได้ดีขึ้นเลย คุณขวัญ จึงแจ้งปัญหาดังกล่าวกับคุณหมอท่านเดิม และขอวิธีแก้ไข คุณหมอท่านนั้นได้แนะนำให้ คุณขวัญผ่าตัดขูดเอาไขมันที่เติมเข้าไปในบริเวณใต้ตาออก ซึ่งคุณขวัญ ตกลงยอมทำการขูดออก 

แต่เมื่อทำการนำไขมันออกแล้ว ใบหน้าของคุณขวัญ กลับยังไม่ดีขึ้นเลย และยังคงเป็นรอยลึก เป็นคลื่นค่ะ ในช่วงแรกคุณขวัญ เข้าใจว่าเป็นเพียงอาการข้างเคียงหลังผ่าตัด เหมือนครั้งก่อนค่ะ

คุณขวัญ จึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนคลินิกอีกครั้ง และตัดสินใจให้คุณหมออีกท่าน แต่งใต้ตาเพิ่มโดยการฉีดฟิลเลอร์เพิ่มอีก 2 CC เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และเติมเรื่อยๆ ทุกอาทิตย์

แต่แล้วคุณขวัญ กลับต้องผิดหวังอีกครั้งค่ะ เพราะหลังจากฟิลเลอร์ใต้ตาที่ได้กลับเกิดอาการช้ำ บวม เนื่องจากหลอดเลือดฝอยใต้ตาแตก ส่งผลให้เกิดอาการบวมช้ำ และเป็นก้อนค่ะ

หลังจากนั้น คุณขวัญ ได้ติดต่อทางคลินิกของเราเข้ามา และได้เล่าประสบการให้แอดมินฟังค่ะ แอดมินจึงได้นำเรื่องไปปรึกษาคุณหมอจึงได้ทำการนัดคุณขวัญ เข้ามาดูอาการที่คลินิกค่ะ โดยคุณขวัญ ได้บินตรงจากขอนแก่นเลยค่ะ

หลังจากพูดคุยกันแล้ว คุณหมอจึงแนะนำให้ฉีดสลายฟิลเลอร์ก่อน (อ่านเพิ่ม คลิ๊ก! ฉีดสลายฟิลเลอร์กี่วันหาย) จากนั้นจึงนัดเข้ามาติดตามอาการหลังฉีดสลายค่ะ

ผลลัพธ์ที่ได้ ถูกใจคุณขวัญ มากๆ เลย ว้าววววว !!! บริเวณใต้ตาที่เคยเป็นก้อนหายไปมากเลยค่ะ !!!

แต่ว่าหลังฉีดสลายไปแล้ว ใต้ตาของคุณขวัญ ยังคงโทรมอยู่ คุณหมอเมฆของเรา เลยจัดการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ให้ใหม่ค่ะ  ผลก็เป็นอย่างที่เห็นค่ะ เปะปัง!! จนต้องเลยร้องว้าวววววว!! เลยค่ะ

ทิ้งท้ายกับประโยคติดปากของ คุณหมอเมฆค่ะ

การฉีดฟิลเลอร์นั้น ไม่ใช่ฉีดกับใครก็ได้ ไม่ควรดูเพียงว่าอยู่ใกล้ หรือไกลบ้าน เพราะ ฟิลเลอร์ เป็นทั้ง ศาสตร์ และ  ศิลป ซึ่งเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์เป็นสิ่งสำคัญครับ ดังนั้น ควรเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับใบหน้าเราเถอะครับ ใบหน้าเราไม่ใช่หวย ควรสวยไม่ต้องลุ้น เพราะใบหน้าของเรามีเพียงใบหน้าเดียว

หากท่านสนใจบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ การฉีดฟิลเลอร์ สามารถอ่านได้ที่นี่ค่ะ

  • ฉีดฟิลเลอร์ กับ ฉีดไขมัน อันไหนดีกว่ากัน ?  ▷▷ คลิก
  • ฉีดไขมันหน้าพัง เพราะอะไร ? ไขข้อข้องใจที่ไม่มีใครเคยบอก ▷▷ คลิก

Doctor Mek Clinic ของเราขอการันตีด้วย รางวัลยอดฉีดฟิลเลอร์มากที่สุดอันดับ 1 ของประเทศไทยในปี 2018 ปี

และกล้าการันตี ด้วย “ รีวิวจากคนไข้ที่เข้ามาใช้บริการของเรา ” ที่มาบอกเล่าประสบการณ์ความประทับใจจากการฉีดฟิลเลอร์ของเราเยอะมากๆ

ฟิลเลอร์แต่ละจุดกี่ CC

{`เตรียมพร้อมก่อนลุย`}` ฟิลเลอร์แต่ละจุด ใต้ตา ขมับ ร่องแก้ม คางต้องใช้กี่ CC

ถ้าให้พูดถึงปริมานฟิลเลอร์ที่ใช้ทั้งร่องแก้ม ใต้ตา ขมับ คางนั้น ไม่สามารถระบุได้ทันทีว่าต้องใช้ปริมานเท่าไหร่ครับ เนื่องจากใบหน้าของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันครับ ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะต้องทำการประเมินโครงสร้างใบหน้า และความต้องการในปรับเปลี่ยนรูปหน้าของคนไข้ก่อน ถึงจะสามารถคำนวณปริมานที่ต้องใช้ออกมาได้ครับ ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ไม่สามารถกำหนดปริมานที่ชัดเจนของฟิลเลอร์ที่ใช้ได้ครับ แต่สามารถบอกได้เพียงปริมานเฉลี่ยนต่อตำแหน่งเท่านั้น โดยสรุปแล้วการฉีดฟิลเลอร์ เพื่อแก้ไขปรับเปลี่ยนใบหน้านั้น สามารถเริ่มต้นฉีดได้ตั้งแต่ 1- 2 cc จนถึง 20 cc เลยทีเดียวครับ”โดยจะแบ่งเป็นแต่ละตำแหน่งดังนี้ครับ”

อย่างที่รู้กันครับ เมื่ออายุของเรามากขึ้น โครงสร้างของใบหน้า และผิวหน้า จะเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่นกระดูกโครงหน้าจเกิดการยุบ กล้ามเนื้อลดน้อยลง เกิดเป็นร่องรอยบริเวณใต้ตานั้นเองทำให้ใบหน้าของเราดูหย่อยคล้อย แลดูโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในทุกๆ คน เมื่ออายุเกิน 25 ปีขึ้นไปครับ

การฉีดฟิลเลอร์เข้าไปยังบริเวณใต้ตานี้ จะสามารถช่วยให้ใบหน้าของเราดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุดครับ และอย่างในกรณีที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์บริเวณอื่น ๆ ก็ควรทำการฉีดใต้ตาก่อนเพื่อให้เกิดความบาลานซ์ของใบหน้าให้มากที่สุดนั่นเอง

ฟิลเลอร์ jaw line เก็บกรอบหน้า

การฉีดฟิลเลอร์เก็บกรอบหน้า นิยมฉีดเพื่อแก้ปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หรือกรอบหน้าไม่เข้ารูป ที่มักพบได้บ่อยในกลุ่มคนไข้ที่เคยผ่าตัดเสริมคางมาก่อนครับ เนื่องจากซิลิโคนคางที่ทำการเสริมเข้าไปนั้นไม่รับกับแนวกราม และยังพบได้มากในกลุ่มคนไข้ที่เคยจัดฟันด้วยครับ การฉีดเก็บกรอบหน้านั้นนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาแนวกรามไม่ได้รูปแล้ว ยังสามารถช่วยทำให้กรอบหน้าของเราคมชัด ดูมีมิติมากขึ้นด้วยครับ ซึ่งปริมานฟิลเลอร์สำหรับใช้ฉีดเริ่มต้นที่ 1 – 4 cc สูงสุดที่ 6 cc ครับ

ฉีดฟิลเลอร์แก้มควรใช้ปริมานกี่ CC ยกแก้ม ยกกระชับ

ปัญหาร่องแก้มร่อง ส่งผลให้ใบหน้าแลดูแก่เกินวัย สามารถใช้ฟิลเลอร์เติมเต็มให้ดูเป็นธรรมชาติได้ โดยเฉลี่ยจะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ประมาน 1 – 2 cc ครับ และสามารถใช้ได้ถึงสูงสุด 6 ครับ ซึ่งนอกจากสามารถใช้แก้ปัญหาร่องแก้มลึกแล้ว การฉีดฟิลเลอร์บริเวณแก้ม ยังใช้ฉีดเพื่อแก้ปัญหาแก้มตอบได้อีกด้วยครับ

ฟิลเลอร์ปากควรใช้ปริมานกี่ CC

การฉีดฟิลเลอร์ปากนั้น นอกจากจะช่วยทำให้ปากดูอิ่มมีน้ำมีนวลมากขึ้นแล้ว ยังช่วยปรับเปลี่ยนรูปปาก ให้ได้สัดส่วน ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นครับ โดยทั่วไปแล้วการฉีดฟิลเลอร์ปากจะใช้ประมานฟิลเลอร์อยู่ 1 cc และสูงสุดที่ 2 cc ครับ

ฟิลเลอร์คางควรใช้ปริมานกี่ CC

การฉีดฟิลเลอร์คางมักใช้ปริมานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาน 1 – 2 cc ครับ สามารถใช้ได้ถึงสูงสุด 3 cc ส่วนฟิลเลอร์ที่นิยมใช้จะเป็นฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลแข็งมีความคงตัวสูง เพื่อให้สามารถคงสภาพอยู่ได้นาน และไม่เกิดการไหลย้อยครับ การฉีดฟิลเลอร์คางนั้น ยังรวมไปถึงการฉีดในบริเวณใต้ริมฝีปากล่าง เพื่อปรับรูปทรงของคางไม่ให้ดูยื่นได้ด้วยครับ

ฉีดฟิลเลอร์ขมับควรใช้ ใช้กี่ซีซี

การฉีดฟิลเลอร์ขมับ นับเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาขมับตอบ ขมับยุบ ขมับบุ๋ม ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุมากขึ้น โหนกแก้มดูเด่นขึ้น โดยการปริมานของฟิลเลอร์ที่ใช้นั้น เริ่มต้นที่ 1 – 2 cc ไปจนถึง 5 cc ครับ

ฟิลเลอร์ใต้ตา ร่องน้ำตา ถุงใต้ตา

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา โดยจะทำการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในบริเวณใต้ตา เพื่อเติมเต็มช่องว่างใต้ตา โดยปริมานฟิลเลอร์สำหรับใช้ฉีดใต้ตานั้น เริ่มต้นที่ 1 – 4 cc ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ที่ใช้ด้วยครับ

นอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตายังทำให้ริ้วรอยร่องลึกที่เคยเป็น ดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังเป็นการเติมใยคอลลาเจนที่หายไป ทำให้ผิวหน้าของเรากลับมาเต่งตึง แลดูอ่อนเยาว์ขึ้นครับ การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ยังทำให้ถุงใต้ตาดูลดลง และผิวบริเวณนี้ดูเรียบเนียนขึ้นจนดูเหมือนถุงใต้ตาดีขึ้นได้

ขั้นตอนในการฉีดฟิลเลอร์

อันดับแรก คุณหมอจะทำให้ ประเมิน และวิเคราะห์ใบหน้าในบริเวณต่างๆ ที่คนไข้ต้องการเติม พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับชนิดของและ ปริมานของฟิลเลอร์ที่ต้องใช้ ขั้นตอนนี้ ใช้เวลาประมาน 15 – 30 นาที ครับ

หากกรณีคนไข้มีอาการแพ้ยาชา ควรแจ้งก่อนครับ

ต่อมา ก่อนอื่นคุณหมอ จะทำการแปะยาชาเพื่อป้องกันอาการช้ำ หลังทำการฉีด ใช้เวลาประมาน 30 นาที – 1 ชม เพื่อให้ยาชาออกออกฤทธิ์

หลังจากนั้น คุณหมอจะทำการ ฉีดยาชา ทำการบล็อคเส้นประสาท บนใบหน้า เพื่อให้ช่วงที่ทำหัตถการคนไข้รู้สึกสบายมากที่สุดครับ โดยฟิลเลอร์จะใช้เวลาประมาณ 5-15 นาที ครับ

ขั้นตอนสุดท้าย เมื่อยาชาออกออกฤทธิ์ แล้วคุณหมอจะทำการ ฉีดฟิลเลอร์ เข้าสู่ใบหน้าในบริเวณที่ต้องการเติมครับ โดยจะฉีดในชั้นผิวที่ต่างกันไปครับ ในชั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาน 15 นาที  – 1 ชม ขึ้นกับตำแหน่งและปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ครับ