ฉีดสลายฟิลเลอร์

การ ฉีดสลายฟิลเลอร์ นับเป็นอีกหนึ่งคำถามที่ทางบ้านสงสัย และให้ความสนใจกันมากๆ เลยครับ โดยอินบ๊อกเข้ามาถามเยอะมากๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็น “ ฉีดสลายฟิลเลอร์คืออะไรคะ คุณหมอ “ ทำไมต้องฉีดด้วยครับหมอ ” “ ฉีดสลายฟิลเลอร์กี่วันหายคะ ”

วันนี้แอดมิน มีตอบจากคุณหมอเมฆ มาฝากครับการฉีดตัวยาที่มีชื่อว่า Hyaluronidase เข้าไปยังบริเวณที่เคยฉีดฟิลเลอร์มาค่ะ ซึ่ง Hyaluronidase นี้จัดเป็นเอนไซม์ชนิดหนึ่ง ที่สามารถทำการสลายพันธะ Hyaluronic acid ฟิลเลอร์ได้ครับ

ทำไมต้องฉีดสลายฟิลเลอร์

การฉีดสลายฟิลเลอร์นั้น จะฉีดเพื่อทำการแก้ไข ให้กับคนไข้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์มาแล้วเกิดความผิดพลาดครับ ซึ่งเคสผิดพลาดนี้มักเกิดขึ้นจาก ฉีดแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์เพียงพอ และจะส่งให้เป็นฟิลเลอร์เกิดเป็นก้อนบวมครับ

ฉีดสลายฟิลเลอร์กี่วันหาย ?

สำหรับคำถามที่ว่า ฉีดสลายฟิลเลอร์กี่วันหายนั้น จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเลย ดังนี้ครับ

1. ปริมาณของฟิลเลอร์ที่เคยฉีดมาแล้วเป็นก้อน

ปริมาณของยาสลายฟิลเลอร์นั้น คุณหมอจะวางแผนก่อนการฉีด โดยก่อนจะทำการ ฉีดสลายฟิลเลอร์ คุณหมอต้องขอซักประวัติเล็กน้อย ถึงปริมาณ และตำแหน่งฟิลเลอร์ที่ฉีดมาก่อน

เพื่อนำข้อมูลไปงคำนวณปริมาณยาสลายให้ใกล้เคียงกับฟิลเลอร์ที่เราจะสลายนั่นเองครับและอย่างที่ทราบกันดีว่าชั้นผิวของเรานั้นมี Hyaluronic acid อยู่แล้ว

ซึ่งการฉีดยาฉีดสลายฟิลเลอร์ อาจจะส่งให้ทำลายบางส่วนของชั้นผิวเดิมได้ และอาจจะส่งผลเสียได้ หากแพทย์ใช้ปริมานยาสลายที่มากเกินไปครับ

2. ยาฉีดสลายฟิลเลอร์ เริ่มออกฤทธิ์เมื่อไหร่ ?

หลังจากที่คุณหมอทำการฉีด Hyaluronidase ตัวยาจะเริ่มทำงานภายใน 48 ชั่วโมงหลังฉีดครับ และจะเห็นผลชัดเจนภายใน 2 วัน หลายท่านจะสังเกตเห็นเลยว่าก้อนฟิลเลอร์จะเริ่มยุบหายไป และยายังคงออกฤทธิ์ได้นานถึง 2 สัปดาห์ครับ

* สำหรับการนัดติดตามหลัง ฉีดสลายฟิลเลอร์นั้น จะขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ในแต่ละเคสเลยครับ

3. ฉีดยาสลายฟิลเลอร์ ซ้ำได้ไหม ?

สามารถฉีดได้ครับ ซึ่งมักจะพบได้ในกรณี ฟิลเลอร์ที่เคยฉีดมาเป็นก้อนบวมใหญ่มาก จนต้องทำการฉีดสลายซ้ำ มากกว่า 1 ครั้ง โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินตรงส่วนนี้ครับ

การฉีดซ้ำในแต่ละครัั้งจะห่างกันประมาณ 2 สัปดาห์ครับ

4. อาการที่พบได้หลัง ฉีดสลายฟิลเลอร์

อาจพบอาการบวมแดงบริเวณที่ฉีดได้เล็กน้อย แต่หากมีอาการผิดปกติเช่น บวมมาก ปวดมาก มีผื่นแดงคัน ควรปรึกษาแพทย์

เติมฟิลเลอร์อันตรายหรือไม่ ?

ฟิลเลอร์อันตรายไหม

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคนพูดกันว่าการ เติมสารเติมเต็มฟิลเลอร์นั้นอันตราย ซึ่งปัญหาเหล่านี้โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่ฟิลเลอร์ที่ใช้ไม่บริสุทธ์ หรือเ ฟิลเลอร์ปลอมนั่นเองครับ ซึ่งตัวสารเจือปนดังกล่าวนี้เองที่ทำให้เกิดการตกค้างในร่างกาย จนส่งผลให้เกิดอาการบวม และทำให้ใบหน้าผิดรูปไปนั่นเองครับ

ซึ่งในกรณีฟิลเลอร์แท้นั้น แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น เพราะฟิลเลอร์เป็นสารประเภทหนึ่งที่มีอยู่ในร่างกายของมนุษยือยู่แล้วตั้งแต่แรก ทำให้เมื่อฟิลเลอร์ถูกฉีดเข้าสู้ร่างกายจึงไม่เกิดผลข้างเคียงขึ้นเลยนั่น และเมื่อเวลาผ่านไปฟีลเลอร์แท้จะสามารถสลายออกได้เองถึง 99% ครับ และคงเหลือไว้เพียงส่วนที่คอลลาเจนอีลาสตินที่ร่างกายสร้างขึ้นใหม่เพื่อให้ความชุ่มชื้น แก่ผิวในส่วนที่เราทำการฉีดฟิลเลอร์เข้าไป คิดเป็น 1% ครับ

โดยสรุปแล้วการเติมเต็มฟิลเลอร์ ไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัว หรืออันตรายอีกต่อไปครับ แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยให้เกิดอันตรายนั้น คือที่ ฟิลเลอร์ที่ใช้นั้นเองครับ

 

ฉีดไขมันหน้าพัง

“เคสอุทาหรณ์ประสบการณ์ฉีดไขมัน แล้วหน้าพัง!! รีวิวจากคนไข้จริง”

ก่อนอื่นเลย ต้องขอขอบคุณ คุณขวัญ มากๆ เลยค่ะ ที่ช่วยมาแชร์ประสบการณ์ ฉีดไขมัน ให้แอดมินฟังค่ะ

ความเดิมเมื่อประมาน 1 ปีก่อน 

คุณขวัญ ได้ไปทำตา 2 ชั้นมาค่ะ แต่เมื่อทำเสร็จแล้ว คุณขวัญ พบว่าบริเวณใต้ตานั้นเกิดถุงขึ้น คุณขวัญ จึงได้ทำการปรึกษาคุณหมอท่านแรก เกี่ยวกับอาการดังกล่าว ซึ่งคุณหมอท่านนั้น ได้แนะนำให้คุณขวัญ ทำการฉีดไขมันเพื่อเติมเต็มถุงใต้ตา ซึ่งเมื่อคุณขวัญทำการฉีดไขมันบริเวณใต้ตามาแล้ว เกิดอาการบวม อย่างรุนแรง บริเวณที่ทำการฉีดไขมัน

อาการบวมหลังฉีดไขมัน

 

อาการบวม อย่างรุนแรงหลังฉีดไขมันค่ะ

ในช่วงแรกคุณหมอท่านดังกล่าวได้ บอกกับคุณขวัญ ว่าเป็นเพียงผลข้างเคียงจากการฉีดไขมัน  และจะค่อยๆ หายไปเอง จนเมื่ออาการบวมเริ่มหาย คุณขวัญพบว่าผลลัพธ์ที่ได้ ผิวบริเวณใต้ตา เป็นก้อน เกิดเป็นคลื่น ไม่เรียบเนียน และยังเห็นชัดมากๆ ด้วยค่ะ ในตอนนั้น คุณขวัญ เข้าใจว่าอาการดังกล่าวคงอยู่เพียงไม่นาน และคงหายไปได้เองเหมือนอาการบวม

ผิวบริเวณใต้ตา

ผิวบริเวณใต้ตา เป็นก้อน เกิดเป็นคลื่น ไม่เรียบเนียน เนื่องจากไขมัน

คุณขวัญ จึงรอปล่อยให้อาการดังกล่าวหายไปเองจน 3 เดือน ผ่านไปกลับไม่ได้ดีขึ้นเลย คุณขวัญ จึงแจ้งปัญหาดังกล่าวกับคุณหมอท่านเดิม และขอวิธีแก้ไข คุณหมอท่านนั้นได้แนะนำให้ คุณขวัญผ่าตัดขูดเอาไขมันที่เติมเข้าไปในบริเวณใต้ตาออก ซึ่งคุณขวัญ ตกลงยอมทำการขูดออก

แต่เมื่อทำการนำไขมันออกแล้ว ใบหน้าของคุณขวัญ กลับยังไม่ดีขึ้นเลย และยังคงเป็นรอยลึก เป็นคลื่นค่ะ ในช่วงแรกคุณขวัญ เข้าใจว่าเป็นเพียงอาการข้างเคียงหลังผ่าตัด เหมือนครั้งก่อนค่ะ

ผิวบริเวณใต้ตาคล้ำ

ผิวบริเวณใต้ตาคล้ำเป็นก้อน เกิดเป็นคลื่น ไม่เรียบเนียน หลังฉีดไขมันและผลข้างเคียงการผ่าตัด

แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณขวัญ พบว่าอาการยังคงเหมือนเดิม และไม่ดีขึ้น คุณขวัญ จึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนคลินิกที่ทำ คุณขวัญ. ได้เข้าไปขอคำปรึกษาจากคุณหมอท่านที่ 2 

คุณหมอท่านที่ 2 ได้อธิบายเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น ให้คุณขวัญ ได้ฟัง โดยปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่ยังคงมีไขมันที่ได้ทำการฉีดไปในตอนแรก เหลืออยู่จึง ทำให้บริเวณใต้ตาของคุณขวัญ  ยังคงไม่ดีขึ้นนั่นเองค่ะ คุณหมอท่านดังกล่าว ได้แนะนำให้ คุณขวัญ ทำการผ่าตัดอีกครั้ง 

บวมหลังผ่าตัดไขมัน2

อาการบวมช้ำหลังการผ่าตัด

เพื่อนำไขมันที่เหลือออกจนหมด ซึ่งหลังจากทำการผ่าตัดนำไขมันออกอีกครั้ง คุณขวัญ กลับพบว่า บริเวณใต้ตายังคงเหลือไขมันอยู่ในบริเวณ หางตาด้านซ้าย และหัวตาด้านขวา ทำให้เวลาที่ คุณขวัญ ยิ้ม ผิวจะเกิดอาการยุบลงอย่างมากค่ะ นอกจากนี้ บริเวณใต้ตายังมีอาการดำคล้ำ และเหี่ยวย่นด้วย

คุณขวัญ จึงได้เข้าไปปรึกษากับคุณหมอท่านเดิมอีกครั้ง คุณหมอจึงแนะนำให้ทำการฉีด HA ฟิลเลอร์ แทนเพื่อเติมเต็มและแต่งใต้ตาที่มีปัญหาให้กลับมาเรียบเนียนขึ้น คุณขวัญ จึงตัดสินใจตกลง ฉีดฟิลเลอร์ (ไม่ได้ฉีดกับทางเรานะคะ) โดยครั้งแรกทำการฉีดไปก่อน 1 CC แต่คุณขวัญ กลับไม่รู้สึกดีขึ้น

อาการใต้ตาเยี่ยวย่น

อาการบวมเป็นก้อน ไม่เรียบเนียน และอาการใต้ตาเยี่ยวย่นหลังผ่านการผ่าตัด

คุณขวัญ จึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนคลินิกอีกครั้ง และตัดสินใจให้คุณหมออีกท่าน แต่งใต้ตาเพิ่มโดยการฉีดฟิลเลอร์เพิ่มอีก 2 CC เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และเติมเรื่อยๆ ทุกอาทิตย์

แต่แล้วคุณขวัญ กลับต้องผิดหวังอีกครั้งค่ะ เพราะหลังจากฟิลเลอร์ใต้ตาที่ได้กลับเกิดอาการช้ำ บวม เนื่องจากหลอดเลือดฝอยใต้ตาแตก ส่งผลให้เกิดอาการบวมช้ำ และเป็นก้อนค่ะ

อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์

อาการบวมเป็นก้อนหลังทำการฉีดฟิลเลอร์ค่ะ

หลังจากนั้น คุณขวัญ ได้ติดต่อทางคลินิกของเราเข้ามา และได้เล่าประสบการให้แอดมินฟังค่ะ แอดมินจึงได้นำเรื่องไปปรึกษาคุณหมอจึงได้ทำการนัดคุณขวัญ เข้ามาดูอาการที่คลินิกค่ะ โดยคุณขวัญ ได้บินตรงจากขอนแก่นเลยค่ะ

หลังจากพูดคุยกันแล้ว คุณหมอจึงแนะนำให้ฉีดสลายฟิลเลอร์ก่อน จากนั้นจึงนัดเข้ามาติดตามอาการหลังฉีดสลายค่ะ

ฉีดสลายฟิลเลอร์

หลังฉีดสลายฟิลเลอร์

บริเวณใต้ตาที่เคยเป็นก้อนหายไปมากเลยค่ะ !!! 

แต่ว่า หลังฉีดสลายไปแล้ว ใต้ตาของคุณขวัญ ยังคงโทรมอยู่ คุณหมอเมฆของเรา เลยจัดการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ให้ใหม่ค่ะ  ผลก็เป็นอย่างที่เห็นค่ะ เปะปัง!! จนต้องเลยร้องว้าวววววว!! เลยค่ะ

หลังฉีดใต้ตา

คุณขวัญหลังฉีดฟิลเลอร์เสร็จทันที

ปัจจุบันผลลัพธ์ที่ได้ ถูกใจคุณขวัญ มากๆ เลย ว้าววววว !!! 

ทิ้งท้ายกับประโยคติดปากของ คุณหมอเมฆค่ะ

การฉีดฟิลเลอร์นั้น ไม่ใช่ฉีดกับใครก็ได้ ไม่ควรดูเพียงว่าอยู่ใกล้ หรือไกลบ้าน เพราะ ฟิลเลอร์ เป็นทั้ง ศาสตร์ และ  ศิลป ซึ่งเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์เป็นสิ่งสำคัญครับ ดังนั้น ควรเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับใบหน้าเราเถอะครับ ใบหน้าเราไม่ใช่หวย ควรสวยไม่ต้องลุ้น เพราะใบหน้าของเรามีเพียงใบหน้าเดียว

ร้อยไหมยกกระชับผิว

ร้อยไหม ยกกระชับผิว จัดว่าเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีเสริมความงาม อีกแบบหนึ่งที่ฮอตมากๆ ในปัจจุบัน จากหลายๆ ปัจจัยเช่น ด้านค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมาก ระยะเวลาการพักฟื้นที่น้อย ซึ่ง ผลลัพท์ที่ได้จากการร้อยไหมนั้น สามารถช่วยผิวหน้าของเรายกกระชับเต่งตึงขึ้น ส่งผลให้แลดูอ่อนเยาว์ขึ้นนั่นค่ะ

การร้อยไหม คือ เทคนิคด้านเสริมความงานประเภทหนึ่ง ที่ใช้ ไหมละลาย ประเภท PDO ( polydioxanone) โดยจะสามารถสลายตัวได้เอง ด้วยปฏิกิริยาที่เรียกว่า Hydrolysis ในร่างกาย โดยแพทย์จะทำนำไหมละลายดังกล่าว ร้อยเกี่ยวเข้ากับกล้ามเนื้อผิวบริเวณที่ทำการรักษา เพื่อช่วยพยุงผิวหนัง กระตุ้นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเส้นใยคอลลาเจน ทำให้เกิดการดึงยกผิวหน้า และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต มาเลี้ยงชั้นผิวหนังเพิ่มขึ้นส่งผลให้ผิวยกกระชับขึ้นนั่นเองค่ะ

ข้อดีของการร้อยไหม

เห็นผลทันทีหลังทำ

ช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าที่หย่อนคล้อย

ทำให้รูปใบหน้าเรียวเป็นรูปทรงวีเชฟ

ทำให้ผิวเกิดการกระชับตึงขึ้นในทันที

ทำให้ผิวเต่งตึงยกกระชับมากขึ้น และได้ผลต่อเนื่องนาน

ข้อเสียของการร้อยไหม

อาจมีอาการบวมแดง และรอยช้ำตามแนวการสอดไหม

หากไหมที่ใช้ไม่ได้คุณภาพ อาจทำให้ไหมไม่ละลาย และจับตัวกันเป็นก้อน หรือมีหนองขึ้นตามไหม

ในกรณี ที่ทำหัตถการผิดพลาด จะไม่สามารถแก้ไขด้วยฉีดสลายได้ค่ะ ต้องทำการผ่าเพื่อแก้ไขเพียงอย่างเดียวค่ะ[/vc_column_text]

ลดถุงใต้ตา

“ถุงใต้ตาดำคล้ำปัญหากวนใจ ฟิลเลอร์ช่วยได้อย่างไร

ลดถุงใต้ตา เป็นสิ่งที่สาว ๆ ที่อายุมากขึ้นต้องการหาทางรักษาให้ดีขึ้น มักมีคำถามว่า ถุงใต้ตาดำ คล้ำมีสาเหตุเกิดจากอะไร เป็นปัญหากวนใจทำยังไงดี เคยรู้สึกไหมคะ เวลาส่องกระจก รู้สึกว่าใบหน้าดูโทรมมากกก ตรงใต้ตาเนี๊ยแหละ ตัวดีเลย ทั้งคล้ำ ทั้งลึกโหล แถมมีถุงไขมันใต้ตา ไหนจะร่องน้ำตาชัดอีกเป็นปัญหาที่จุกจิกกวนใจใคร ทำยังไงก็ไม่หายสักที ตาแบบว่าคล้ำมาก คอลซีลเลอร์อายครีมใดๆ ก็เอาไม่อยู่

สงสัยกันไหมคะ ว่าปัญหาถุงใต้ตานี้เกิดจากอะไร

โดยหลักๆ แล้วปัญหาใต้ตาสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยเหล่านี้ค่ะ

1.อายุที่เพิ่มขึ้น 

เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ปัญหาใต้ตามากขึ้น เนื่องจาก คอลลาเจนลดลง ส่งผลให้โครงสร้างบริเวณใต้ตานั้น  เกิดการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ กระดูกเบ้าตาเสื่อมเกิดการทรุดตัวลง กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันรอบๆดวงตามีการหย่อนตัวมากขึ้น ผิวขาดคอลลาเจนมากขึ้น

2. การพักผ่อนน้อย

การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ หรือดื่มน้ำปริมาณที่น้อย ทำให้ผิวแห้งขาดน้ำ เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความหมองคล้ำใต้ตาได้ค่ะ

3. โรคประจำตัว

เช่น ภูมิแพ้ เป็นสาเหตุของปัญหาใต้ตาคล้ำที่พบได้บ่อยมากๆ

4. การเสริมจมูก 

ในปัจจุบันที่ศัลยกรรมจมูก (เสริมจมูก) ได้รับความนิยมมาก แต่มักมีอาการบวมช้ำเขียวหลังทำหัตถการ บริเวณรอบๆ และยังทิ้งความคล้ำช่วงใต้ตา นั่นเพราะว่ามีการคั่งของเม็ดสีของเลือดเก่าๆที่ยังถูกดูดซึมไปไม่หมดแม้ว่าจะยุบบวมไปแล้วก็ตาม ทำให้บางคน ใต้ตาคล้ำ ไม่กลับมาสดใสเหมือนก่อน

ฉีดฟิลเลอร์ลดถุงใต้ตา

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร ?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา โดยจะทำการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในบริเวณใต้ตา เพื่อเติมเต็มช่องว่างใต้ตา ทำให้ริ้วรอยร่องลึกที่เคยเป็นดูตื้น อย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังเป็นการเติมใยคอลลาเจนที่หายไป ทำให้ผิวหน้าของเรากลับมาเต่งตึง แลดูอ่อนเยาว์ขึ้นค่ะ เพราะโดยปกติแล้ว ผิวหนังของมนุษย์เรานั้น จะมีส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ผิวเต่งตึงอยู่ตลอด นั่นคือ ใยคอลลาเจน ที่ร่างกายของเราสามารถสร้างขึ้นมาได้เอง และเมื่อเราเริ่มอายุเพิ่มมากขึ้นการสร้าง ใยคอลลาเจน ในผิวหนังจะค่อยๆ ลดลง ตามธรรมชาติ ส่งผลให้เกิด ริ้วรอยขึ้นบนใบหน้าของเรา ซึ่งตำแหน่งที่สามารถเห็นได้ชัดที่สุด คือบริเวณใต้ตาของเรานั่นเองค่ะ

โดยการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จะทำให้ถุงใต้ตาดูลดลง และผิวบริเวณนี้ดูเรียบเนียนขึ้นจนดูเหมือนถุงใต้ตาดีขึ้นได้

ซึ่งฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันนั้นได้แก่ HA Filler ( HA ฟิลเลอร์ ) กับ FAT Filler ( ฉีดไขมัน ) ค่ะ

ระหว่าง HA Filler ( HA ฟิลเลอร์ ) กับ FAT Filler ( ฉีดไขมัน ) อย่างไหนดีกว่ากัน

ระหว่างการฉีดฟิลเลอร์กับการฉีดไขมัน เป็นคำถามที่คนไข้ส่วนใหญ่อยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก เพราะทั้งการ ฉีดฟิลเลอร์ และการ ฉีดไขมัน ต่างก็เป็นการฉีดสารเติมเต็มเหมือนกัน แพทย์บางท่านอาจจะแนะนำให้ ฉีดฟิลเลอร์ ในขณะแพทย์บางท่านก็แนะนำให้ฉีดไขมัน งั้นเราลองมาดูข้อแตกต่าง ข้อดี และข้อเสีย ของการ ฉีดไขมัน และ ฟิลเลอร์ กันค่ะ

HA ฟิลเลอร์ คืออะไร

ฟิลเลอร์นั้นเป็นสารจำพวก Hyaluronic acid ที่สกัดจากธรรมชาติโดยผ่านกรรมวิธีคัดแยกแบบพิเศษ ทำให้มีความปลอดภัยต่อผิวมาก จึงไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบการแพ้ก่อนรับการฉีดค่ะ และโอกาสการเกิดการแพ้น้อยมากๆๆ ซึ่งในวิจัยพบว่าอาการแพ้อาจเกิดจากการแพ้ยาชา ซึ่งถ้าเคยฉีดยาตอนถอนฟัน หรือยาชาตอนทำแผลมาแล้วไม่เกิดอาการแพ้ ก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ เพราะเป็นยาชาชนิดเดียวกันเลย

Hyaluronic Acid คืออะไร ?

Hyaluronic Acid  คือ กรดที่ร่างกายของเราผลิตขึ้นมาเองได้ มีอยู่ทั่วไปตามร่างกาย และโดยเฉพาะบริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างอวัยวะและเซลล์ เพื่อเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสี และเพิ่มความยืดหยุ่น เช่น บริเวณหัวเข่า ถ้าขาดสารตัวนี้ จะมีผลทำให้การเดินจะเจ็บปวดเพราะว่าไม่มีตัวช่วยลดการเสียดสีระหว่างกระดูก ข้อต่อนั่นเอง นอกจากนี้ในวงการแพทย์ถูกใช้นำมาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างกว้างขวางทั้งร่างกายและผิวพรรณค่ะ

ข้อดีของการฉีด HA Filler (Hyaluronic Acid Filler)

  1. เจ็บน้อยกว่า และไม่เกิดแผลเป็น

2.แก้ปัญหาใต้ตาได้ครบ ทั้ง ใต้ตาคล้ำ ขอบตาดำ ตาโหลลึก และ ถุงใต้ตา

  1. ไม่มี Downtime หรือมีก็น้อยมาก และหากได้รับการฉีดโดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิลเลอร์โดยเฉพาะ รับรองความปลอดภัยได้เลย
  2. การฉีด HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) แทบไม่ต้องพักฟื้น
  3. การฉีด HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) จะใช้เวลาน้อย เวลาในการฉีดประมาณ 15-30 นาทีเท่านั้น และเห็นผลได้ทันทีหลังฉีด
  4. สาร HA Filler (Hyaluronic Acid Filler)  มีโมเลกุลหลายรูปแบบ ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีและดูเนี้ยบกว่ามาก
  5. Hyaluronic acid ปลอดภัยมาก เป็นสารชนิดเดียวกับที่ชั้นผิวเรามีตามธรรมชาติอยู่แล้ว โอกาสที่จะแพ้จึงน้อยมากๆๆ โดยคนที่แพ้ฟิลเลอร์มักเกิดจากแพ้ยาชาในฟิลเลอร์มากกว่า แต่ถ้าเคยฉีดยาชาถอนฟันแล้วไม่แพ้ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะเป็นยาชนิดเดียวกัน

ข้อเสียของการฉีด HA Filler (Hyaluronic acid filler)

  1. HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) ราคาต่อซีซี ค่อนข้างสูงกว่า FAT Filler แต่บางเคสที่ฉีดไขมัน(FAT Filler) ไปแล้วสลายหายไปหมดเลยก็มี [ถึง HA Filler จะแพงกว่า แต่มีความคุ้มค่ามากกว่า]
  2. บางรายอาจมีอาการปวด ,บวม แต่อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1 ถึง 2 วัน

FAT Filler (ฉีดไขมัน) คืออะไร

การฉีดไขมันหน้าเป็นการปลูกถ่ายไขมัน (Autologous fat grafting) คือดูดไขมันจากที่หนึ่งไปเติมอีกที่เพื่อหวังว่าเซลล์ไขมันที่ดูดไปนั้น จะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้ เปรียบเสมือนการปลูกถ่ายเนื้อเยื่ออย่างหนึ่งเลย

ข้อดีของการฉีดไขมัน (FAT Filler)

  1. ราคาต่อซีซีดูเหมือนจะถูกกว่า
  2. เพราะเป็นการใช้ไขมันตัวเอง เหมือนจะช่วยลดไขมันส่วนเกินได้ แต่ไขมันที่ถูกนำออกไปอย่างรวดเร็วนั้น เมื่อร่างกายเกิดช่องว่างในชั้นไขมัน ก็จะมีการสะสมไขมันเพื่อเติมเต็มช่องว่างนั้นกลับมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน

3.หากได้ไขมันที่มีสเตมเซลล์ที่ดี ก็จะช่วยฟื้นฟูบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นกระจ่างใส ลดรอยยับและปัญหารูขุมขน

ข้อเสียของการฉีดไขมัน (FAT Filler)

  1. เจ็บซ้ำซ้อน เพราะต้องดูดไขมัน(FAT Filler)ของเราออกมาก่อน
  2. สสารของไขมัน (FAT Filler) จะมีขนาดใหญ่กว่าสาร HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) ฉนั้น

การฉีดไขมันจะต้องใช้เข็มที่ใหญ่กว่า ซึ่งก็จะทำให้เจ็บมากกว่า และด้วยเข็มที่ใหญ่กว่า โอกาสที่จะแทงทะลุเข้าเส้นเลือดก็มีมากกว่าเช่นกัน

  1. การฉีดไขมัน (FAT Filler)ใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า HA Filler (Hyaluronic Acid Filler)
  2. หากว่าร่างกายของเราผอมมากๆ หรือวัยของเรามากขึ้น ไขมัน (FAT Filler) ที่ได้จะมีคุณภาพที่ไม่ค่อยดีพอที่จะนำมาใช้
  3. เมื่อได้ไขมัน (FAT Filler) ที่ไม่มีคุณภาพ ไขมันบางเซลล์จะมีโอกาสตายและลดลงได้ มีงานวิจัยนึงของเกาหลี เปอร์เซ็นต์การอยู่รอดของไขมัน เมื่อฉีดเข้าไป ภายใน 3 เดือน จาก 100% จะลดลงไปเหลือเพียงแค่ 20% เท่านั้น
  4. การฉีดไขมัน (FAT Filler)เข้าไปในร่างกายของเรามีโอกาสทำให้เกิดตาบอดมากกว่า HA Filler (มีผลการวิจัยรับรองจาก Literature Review)

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม 

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคนพูดกันว่าการ ฉีดฟิลเลอร์ นั้นอันตราย ปัญหานี้โดยส่วนใหญ่แล้วมันจะเกิดจากการ ฟิลเลอร์ไม่บริสุทธ์ หรือ ฟิลเลอร์ปลอม ซึ่งสารเจือปนดังกล่าวได้เกิดการตกค้างในร่างกาย ทำให้เกิดอาการบวม ใบหน้าผิดรูป นั่นเอง

ซึ่งในกรณีฟิลเลอร์แท้นั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น เพราะเมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าสู้ร่างกาย เมื่อเวลาผ่านไปฟีลเลอร์แท้จะสามารถละลายออกได้เองถึง 99% และเหลือไว้เพียงส่วนที่คอลลาเจนอีลาสตินที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวในส่วนที่เราฉีดฟิลเลอร์เข้าไป  เพียง 1% เท่านั้นเอง

สรุปได้ว่าการฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัว หรืออันตรายอีกต่อไปแล้ว แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยให้เกิดอันตรายนั้น คือที่ ฟิลเลอร์ที่ใช้ นั้นเองค่ะ

เคสอุทาหรณ์ ประสบการณ์ ฉีดไขมัน แล้วหน้าพัง!!   รีวิวจากคนไข้จริง

ก่อนอื่นเลย ต้องขอขอบคุณ คุณขวัญ มากๆ เลยค่ะ ที่ช่วยมาแชร์ประสบการณ์ให้แอดมินฟังค่ะ

ความเดิมเมื่อประมาน 1 ปีก่อน

คุณขวัญ ได้ไปทำตา 2 ชั้นมาค่ะ แต่เมื่อทำเสร็จแล้ว คุณขวัญ พบว่าบริเวณใต้ตานั้นเกิดถุงขึ้น คุณขวัญ จึงได้ทำการปรึกษาคุณหมอท่านแรก เกี่ยวกับอาการดังกล่าว ซึ่งคุณหมอท่านนั้น ได้แนะนำให้คุณขวัญ ทำการฉีดไขมันเพื่อเติมเต็มถุงใต้ตา ซึ่งเมื่อคุณขวัญทำการฉีดไขมันบริเวณใต้ตามาแล้ว เกิดอาการบวม อย่างรุนแรง บริเวณที่ทำการฉีดไขมัน

ในช่วงแรกคุณหมอท่านดังกล่าวได้ บอกกับคุณขวัญ ว่าเป็นเพียงผลข้างเคียงจากการฉีดไขมัน  และจะค่อยๆ หายไปเอง จนเมื่ออาการบวมเริ่มหาย คุณขวัญพบว่าผลลัพธ์ที่ได้ ผิวบริเวณใต้ตา เป็นก้อน เกิดเป็นคลื่น ไม่เรียบเนียน และยังเห็นชัดมากๆ ด้วยค่ะ ในตอนนั้น คุณขวัญ เข้าใจว่าอาการดังกล่าวคงอยู่เพียงไม่นาน และคงหายไปได้เองเหมือนอาการบวม

คุณขวัญ จึงรอปล่อยให้อาการดังกล่าวหายไปเองจน 3 เดือน ผ่านไปกลับไม่ได้ดีขึ้นเลย คุณขวัญ จึงแจ้งปัญหาดังกล่าวกับคุณหมอท่านเดิม และขอวิธีแก้ไข คุณหมอท่านนั้นได้แนะนำให้ คุณขวัญผ่าตัดขูดเอาไขมันที่เติมเข้าไปในบริเวณใต้ตาออก ซึ่งคุณขวัญ ตกลงยอมทำการขูดออก

แต่เมื่อทำการนำไขมันออกแล้ว ใบหน้าของคุณขวัญ กลับยังไม่ดีขึ้นเลย และยังคงเป็นรอยลึก เป็นคลื่นค่ะ ในช่วงแรกคุณขวัญ เข้าใจว่าเป็นเพียงอาการข้างเคียงหลังผ่าตัด เหมือนครั้งก่อนค่ะ แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณขวัญ พบว่าอาการยังคงเหมือนเดิม และไม่ดีขึ้น คุณขวัญ จึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนคลินิกที่ทำ คุณ…. ได้เข้าไปขอคำปรึกษาจากคุณหมอท่านที่ 2

คุณหมอท่านที่ 2 ได้อธิบายเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น ให้คุณขวัญ ได้ฟัง โดยปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่ยังคงมีไขมันที่ได้ทำการฉีดไปในตอนแรก เหลืออยู่จึง ทำให้บริเวณใต้ตาของคุณขวัญ  ยังคงไม่ดีขึ้นนั่นเองค่ะ คุณหมอท่านดังกล่าว ได้แนะนำให้ คุณขวัญ ทำการผ่าตัดอีกครั้ง

เพื่อนำไขมันที่เหลือออกจนหมด ซึ่งหลังจากทำการผ่าตัดนำไขมันออกอีกครั้ง คุณขวัญ กลับพบว่า บริเวณใต้ตายังคงเหลือไขมันอยู่ในบริเวณ หางตาด้านซ้าย และหัวตาด้านขวา ทำให้เวลาที่ คุณขวัญ ยิ้ม ผิวจะเกิดอาการยุบลงอย่างมากค่ะ นอกจากนี้ บริเวณใต้ตายังมีอาการดำคล้ำ และเหี่ยวย่นด้วย

คุณขวัญ จึงได้เข้าไปปรึกษากับคุณหมอท่านเดิมอีกครั้ง คุณหมอจึงแนะนำให้ทำการฉีด HA ฟิลเลอร์ แทนเพื่อเติมเต็มและแต่งใต้ตาที่มีปัญหาให้กลับมาเรียบเนียนขึ้น คุณขวัญ จึงตัดสินใจตกลง ฉีดฟิลเลอร์ (ไม่ได้ฉีดกับทางเรานะคะ) โดยครั้งแรกทำการฉีดไปก่อน 1 CC แต่คุณขวัญ กลับไม่รู้สึกดีขึ้น

คุณขวัญ จึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนคลินิกอีกครั้ง และตัดสินใจให้คุณหมออีกท่าน แต่งใต้ตาเพิ่มโดยการฉีดฟิลเลอร์เพิ่มอีก 2 CC เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และเติมเรื่อยๆ ทุกอาทิตย์

แต่แล้วคุณขวัญ กลับต้องผิดหวังอีกครั้งค่ะ เพราะหลังจากฟิลเลอร์ใต้ตาที่ได้กลับเกิดอาการช้ำ บวม เนื่องจากหลอดเลือดฝอยใต้ตาแตก ส่งผลให้เกิดอาการบวมช้ำ และเป็นก้อนค่ะ

หลังจากนั้น คุณขวัญ ได้ติดต่อทางคลินิกของเราเข้ามา และได้เล่าประสบการให้แอดมินฟังค่ะ แอดมินจึงได้นำเรื่องไปปรึกษาคุณหมอจึงได้ทำการนัดคุณขวัญ เข้ามาดูอาการที่คลินิกค่ะ โดยคุณขวัญ ได้บินตรงจากขอนแก่นเลยค่ะ

หลังจากพูดคุยกันแล้ว คุณหมอจึงแนะนำให้ฉีดสลายฟิลเลอร์ก่อน จากนั้นจึงนัดเข้ามาติดตามอาการหลังฉีดสลายค่ะ

ผลลัพธ์ที่ได้ ถูกใจคุณขวัญ มากๆ เลย ว้าววววว !!! บริเวณใต้ตาที่เคยเป็นก้อนหายไปมากเลยค่ะ !!!

แต่ว่าหลังฉีดสลายไปแล้ว ใต้ตาของคุณขวัญ ยังคงโทรมอยู่ คุณหมอเมฆของเรา เลยจัดการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ให้ใหม่ค่ะ  ผลก็เป็นอย่างที่เห็นค่ะ เปะปัง!! จนต้องเลยร้องว้าวววววว!! เลยค่ะ

ทิ้งท้ายกับประโยคติดปากของ คุณหมอเมฆค่ะ

การฉีดฟิลเลอร์นั้น ไม่ใช่ฉีดกับใครก็ได้ ไม่ควรดูเพียงว่าอยู่ใกล้ หรือไกลบ้าน เพราะ ฟิลเลอร์ เป็นทั้ง ศาสตร์ และ  ศิลป ซึ่งเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์เป็นสิ่งสำคัญครับ ดังนั้น ควรเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับใบหน้าเราเถอะครับ ใบหน้าเราไม่ใช่หวย ควรสวยไม่ต้องลุ้น เพราะใบหน้าของเรามีเพียงใบหน้าเดียว

วันแม่

เซอร์ไพรส์คุณแม่ ด้วยของขวัญสุดพิเศษ วันแม่ 2563 [ Mother’s Day 2020 ]

อีกไม่กี่วันก็จะถึง วันแม่แล้ว
ซื้ออะไรให้แม่เป็น ของขวัญวันแม่ ดี พาแม่ไปไหนดี พาแม่กินอะไรดี   ลูกๆ คนไหนที่ยังคิดไม่ออก ว่าจะให้อะไรคุณแม่ดี มารวมกันทางนี้คร้า

เชิญพบกับ โปรโมชั่น แพ็กเกจความงาม แม่ + ลูก ต้อนรับ วันแม่ 2563 [ Mother’s Day 2020 ]

 

Mother’s Day Promotions!! จาก Doctor Mek Clinic กันค่ะ

Mother’s Day Promotions #1 โปรโมชั่นแรก ฉีดฟิลเลอร์ สวยแพ็คคู่

Juvederm Volite Filler 1 ฟรี 1 จากปกติ 60,000 บาท  เราไม่ขาย เราขายเพียง ในราคาเพียง 29,999 บาท เท่านั้นค่ะ 

พบกับ ฟิลเลอร์ 1 แถม 1 Juvederm Volite (New!!) ที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมากนี้ค่ะ

Juvederm Volite เป็นผลิตภัณฑ์ล่าสุดของ Juvederm ที่ออกแบบมาสำหรับ ฉีดลดริ้วรอยโดยเฉพาะ และฟื้นฟูสภาพผิวในครั้งเดียว ซึ่งแตกต่างจากฟิลเลอร์ผิวหนังทั่วไป

 Volite เป็นฟิลเลอร์ที่นอกจากจะปรับสภาพผิวแล้ว ยังช่วยบำรุงให้ผิวเรียบเนียน (ไม่มีริ้วรอย) พร้อม ความชุ่มชื้น ให้ผิวอีกด้วย 

สิ่งที่นับว่าเป็นจุดเด่น ที่สุดของผลิตภัณฑ์ตัวนี้คือ Skinboosters สำหรับช่วยทำให้ผิวกระจ่างใส เหมาะกับผิวบริเวณใต้ตา นอกจากนี้ยังสามารถใช้ กับผิวหนังบริเวณหลังมือ บริเวณลำคอ และช่วงอกได้ด้วย

แถมค้าา  

สำหรับท่านที่สงสัยว่า ฟิลเลอร์ juvederm นั้น เป็นของประเทศอะไรนั้น ?

Juvederm  Filler  เป็นแบรนด์สัญชาติสหรัฐอเมริกา ค่ะ และนำเข้าโดยบริษัท Allergan Thailand (DSKH)

ด่วนจำนวนจำกัด เพียง 50 สิทธิ ต่อสาขาเท่านั้น 

จองเพื่อรับสิทธิ ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 สค. 2562 

เหมาะสำหรับ: เป็นของขวัญให้แม่ทุกคน แบบไม่มีข้อยกเว้น แบบว่าสวยทั้งแม่ทั้งลูกเลยทีเดียวค่ะ

Mother’s Day Promotions #2 โปรโมชั่นที่สอง Thermatrix Full Face (RF Laser ยกกระชับ)

Thermatrix Full Face 1 ฟรี 1 จากปกติ 69,999 บาท  เหลือเพียง 34,999 บาท เท่านั้นค่ะ 

RF (Radio Frequency) คือ เทคโนโลยีด้านผิวพรรณที่ช่วยยกกระชับผิว ซึ่งได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง และองค์การอาหาร และยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนนาดา กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป และกลุ่มประเทศแถบเอเชีย ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัย สามารถช่วยปรับผิวให้กระชับ แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรม

Mother’s Day Promotions #3 โปรโมชั่นที่สอง  HIFU คู่แม่ลูก ( RF Laser ยกกระชับ )

HIFU 1 ฟรี 1 จากปกติ 39,999 บาท  เหลือเพียง 19,999 บาท เท่านั้นค่ะ 

HIFU หรือ High Intensity Focus Ultrasound คือการใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูง ส่งเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อในชั้นผิวหนังระดับลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ส่งผลให้ผิวหนังในชั้น SMAS เกิดการหดตัว และสร้างคอลลาเจน พร้อมทั้งสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ส่งผลทำให้ผิวยกกระชับ และอ่อนเยาว์ขึ้นนั่นเองค่ะ  

จองเพื่อรับสิทธิ ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 สค. 2562

ด่วนจำนวนจำกัด เพียง 50 สิทธิ ต่อสาขาเท่านั้น 

จองเพื่อรับสิทธิ ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 สค. 2562 

Mother’s Day Promotions #4 โปรโมชั่นที่สอง Botulinum toxin 

Botulinum toxin  A 1 ฟรี 1 จากปกติ 19,999 บาท  เหลือเพียง 9,999 บาท เท่านั้นค่ะ 

Botulinum toxin A เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดได้จากการสร้างของแบคทีเรีย “ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม” (Clostridium botulinum) ซึ่งมีส่วนช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ซึ่งในวงการแพทย์ มักนำมาใช้ในการรักษา โรคตาเหล่ ตาเข เป็นต้นค่ะ ส่วนในด้านการเสริมความงามนั้น นิยมใช้เพื่อใช้ในการริ้วรอยต่างๆ และยกกระชับผิวค่ะ

ด่วนจำนวนจำกัด เพียง 50 สิทธิ ต่อสาขาเท่านั้น

จองเพื่อรับสิทธิ ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 สค. 2562 

Mother’s Day Promotions #5 โปรโมชั่นที่สอง คู่หูดูโอ้ Botulinum toxin + HIFU 

HIFU + Botulinum toxin  A จากปกติ 39,999 บาท  เหลือเพียง 24,999 บาท เท่านั้นค่ะ 

Botulinum toxin A เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดได้จากการสร้างของแบคทีเรีย “ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม” (Clostridium botulinum) ซึ่งมีส่วนช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ซึ่งในวงการแพทย์ มักนำมาใช้ในการรักษา โรคตาเหล่ ตาเข เป็นต้นค่ะ ส่วนในด้านการเสริมความงามนั้น นิยมใช้เพื่อใช้ในการริ้วรอยต่างๆ และยกกระชับผิวค่ะ

HIFU หรือ High Intensity Focus Ultrasound 

คือการใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูง ส่งเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อในชั้นผิวหนังระดับลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ส่งผลให้ผิวหนังในชั้น SMAS เกิดการหดตัว และสร้างคอลลาเจน พร้อมทั้งสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ส่งผลทำให้ผิวยกกระชับ และอ่อนเยาว์ขึ้นนั่นเองค่ะ  

 

คู่มือเจ้าสาว

เส้นทางสู่ สู่การเป็น เจ้าสาว ที่สวยที่สุด

สุดยอดคู่มือ!! ที่ผู้หญิงต้องรู้!! สู่การเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด

วันแต่งงาน เป็นวันที่ผู้หญิงควรจะสวยที่สุดในชีวิต ทำให้ว่าที่ เจ้าสาว ทั้งหลาย ต่างทุ่มงบจ้างช่างแต่งหน้าเพื่อเนรมิตความงามกันแบบสุดใจ แต่.. แค่จ้างช่างแต่งหน้ามืออาชีพแล้วเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่พอนะจ๊ะ

ว่าที่เจ้าสาวเองก็อย่าลืมดูแลผิวหน้าด้วยนะคะ เพราะถ้าใบหน้าดูโทรม แถมดูไม่สดใสอีก ต่อให้ช่างแต่งหน้าเก่งแค่ไหน แอดมิน คิดว่าคงช่วยไม่ไหวแหงๆ เลยค่ะ เพราะการแต่งงานเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ และเป็นวันพิเศษของผู้หญิงอย่างเราๆ นะคะ

และวันนี้แอดมินเอง ก็มีวิธีเตรียมความสวยเพื่อเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด ในช่วงเวลา 6 – 1 เดือนก่อนถึงวันแต่งงานมาฝากค่ะ

 

เส้นทางสู่ สู่การเป็น เจ้าสาว ที่สวยที่สุด

การร้อยไหม คือ อะไร

การร้อยไหม คือ เทคนิคด้านเสริมความงานประเภทหนึ่ง ที่ใช้ ไหมละลาย ประเภท PDO ( polydioxanone) โดยจะสามารถสลายตัวได้เอง ด้วยปฏิกิริยาที่เรียกว่า Hydrolysis ในร่างกาย โดยแพทย์จะทำนำไหมละลายดังกล่าว ร้อยเกี่ยวเข้ากับกล้ามเนื้อผิวบริเวณที่ทำการรักษา เพื่อช่วยพยุงผิวหนัง กระตุ้นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเส้นใยคอลลาเจน ทำให้เกิดการดึงยกผิวหน้า และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต มาเลี้ยงชั้นผิวหนังเพิ่มขึ้นส่งผลให้ผิวยกกระชับขึ้นนั่นเองค่ะ

ข้อดีของการร้อยไหม

  • เห็นผลทันทีหลังทำ
  • ช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าที่หย่อนคล้อย 
  • ทำให้รูปใบหน้าเรียวเป็นรูปทรงวีเชฟ
  • ทำให้ผิวเกิดการกระชับตึงขึ้นในทันที
  • ทำให้ผิวเต่งตึงยกกระชับมากขึ้น และได้ผลต่อเนื่องนาน

เส้นทางสู่ สู่การเป็น เจ้าสาว ที่สวยที่สุด

ช่วง 1 – 3 เดือนก่อนแต่งงาน

แอดมินแนะนำ การทำเมโสหน้าใส รวมถึง Botox หน้าเรียว ลบริ้วรอย เนื่องจากหัตถการ 2 ชนิดนี้ มีระยะต้องการใช้ระยะเวลาพอสมควรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนั่นเองค่ะ

เส้นทางสู่ สู่การเป็น เจ้าสาว ที่สวยที่สุด

 

เมโสหน้าใส (Meso Therapy) 

เมโสหน้าใส คือการทำทรีตเมนต์สำหรับรักษาปัญหาสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ฝ้า กระ รวมไปถึงจุดด่างดำต่างๆ บนใบหน้า โดยใช้เข็มขนาดเล็กแทงเข้าไปในผิวหนังชั้นกลาง (ที่เรียกว่า Meso) แล้วทำการฉีดสารจำพวก มัลติวิตามิน แอนติออกซิเดนท์ หรือสารบำรุงผิวตัวอื่น ๆ ไปยังชั้นผิวหนังด้านใน 

ซึ่งโดยส่วนมากมักจะเป็นส่วนผสมของครีมต่างๆ ที่ดูดซึมยาก และมีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มคอลลาเจนในชั้นผิวให้เต่งตึงคล้ายผิวแอปเปิ้ลนั่นเองค่ะ

ข้อดีของการฉีดเมโสหน้าใส

  • หลังรักษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ 
  • เห็นผลตั้งครั้งแรกที่ทำ เพื่อให้เห็นผลมากขึ้นควรรักษาให้ครบคอร์สที่แพทย์แนะนำ
  • ช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนานมากขึ้น
  • ไม่ทำให้ผิวบาง

 

เส้นทางสู่ สู่การเป็น เจ้าสาว ที่สวยที่สุด

Botox หน้าเรียว ลบริ้วรอย

Botox หรือ Botulinum toxin A เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่สกัดได้จากการสร้างของแบคทีเรีย “ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม” (Clostridium botulinum) ซึ่งมีส่วนช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ซึ่งในวงการแพทย์ มักนำมาใช้ในการรักษา โรคตาเหล่ ตาเข เป็นต้นค่ะ ส่วนในด้านการเสริมความงามนั้น นิยมใช้เพื่อใช้ในการริ้วรอยต่างๆ และยกกระชับผิวค่ะ

หากได้รับสารชนิดนี้หากได้รับมากเกินไป อาจจะส่งผลทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ หรือเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ 

การทำงานของ Botox

หลังจากทำการฉีด Botox ไปในบริเวณที่ต้องการแล้ว Botox จะเข้าไปจับที่ปลายประสาท ส่งผลทำให้เซลล์ประสาทบริเวณดังกล่าวไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทมาที่กล้ามเนื้อได้ ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ทำการฉีดเป็นอัมพาตชั่วคราว และเกิดการคลายตัวค่ะ 

สำหรับริ้วรอยตื้นจะเห็นผลภายใน 2 – 3 วัน หลังฉีด ส่วนกรณีรอยลึกจะเห็นผลภายใน 7 – 14 วันค่ะ

ส่วนระยะเวลาการส่งผลนั้นจะอยู่ที่ 6 – 8 เดือนค่ะ

ช่วง 2 เดือน – 1 สัปดาห์ ก่อนแต่งงาน

ขอแนะนำการทำ RF Laser ยกกระชับ และ การฉีดวิตามินผิว กระจ่างใสค่ะ เนื่องจากการรักษา 2 วิธีนี้ มีระยะเวลาส่งผลที่สั้น และต้องใช้เวลาพอสมควรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดด้วยนั่นเองค่ะ

 

 

ฉีดวิตามินผิวกระจ่างใส

ฉีดวิตามินผิว เทรนด์ใหม่ในยุคที่เรื่องความสวยความงามกำลังกลายเป็นสิ่งที่สาวๆ ให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก ความขาวใส และดูมีออร่า คือเป้าหมายที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องการ

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนนะคะ ว่าร่างกายของเรานั้น ไม่สามารถสร้างวิตามินซีขึ้นมาได้เอง ทำให้จำเป็นต้องได้รับจากภายนอก โดยหลักๆ แล้วจะสามารถรับเข้าสู้ร่างกายผ่านการกินอาหารค่ะ แต่ในยุคปัจจุบันในสังคมที่เร่งรีบ ทำให้พฤติกรรมในการกินอาหารของเราเปลี่ยนไป คนส่วนใหญ่นิยมกินอาหารแปรรูป อาหารแช่แข็ง รวมไปถึงอาหารจาน ด่วนมากขึ้น ซึ่งอาหารจำพวกนี้เองที่เป็นสาเหตุทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีน้อยลง เนื่องจากวิตามินซี มักจะมีอยู่ในผัก และผลไม้เท่านั้น อีกทั้งคุณสมบัติของวิตามินซีจะสูญสลายได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับออกซิเจนอีกด้วยค่ะ

การฉีดวิตามินซี

คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่า ถ้าฉีดวิตามินซี แล้วผิวของเราจะขาวขึ้น ซึ่งต้องขอชี้แจงก่อนนะคะว่า ไม่เป็นความจริง เพราะการฉีดวิตามินซีเข้าสู่ผิวนั้น ทำให้ผิวของเราอ่อนนุ่ม เรียบเนียน ขึ้นค่ะ ซึ่งสิ่งที่ทำให้ผิวกระจ่างใส คือการฉีดสารกลูต้าไธโอนค่ะ เพราะ สารชนิดนี้จะเข้าเข้าบังคับให้เซลล์ผิวของเราทำการผลิตเม็ดสีน้อยลง จึงส่งผลให้ผิวดูขาวขึ้นนั่นเองค่ะ

ซึ่งในปัจจุบัน คลีนิคส่วนใหญ่จะฉีดสารกลูต้าไธโอน และฉีดวิตามินซี ไปพร้อมกัน เพื่อรวมข้อดีของทั้งสองอย่างไว้ด้วยกัน ทำให้ผิวที่ฉีดสารทั้งสองชนิด ดูขาวใส มีน้ำมีนวลเป็นธรรมชาติค่ะ

ข้อดีของการฉีดผิวขาว

  • ทำให้ผิวขาวขึ้น ดูสุขภาพดี
  • สารกลูต้าไธโอน เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่พอดี จะเป็นส่วนช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ที่เป็นส่วนที่ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม

RF Laser ยกกระชับ  

RF (Radio Frequency) คือ เทคโนโลยีด้านผิวพรรณที่ช่วยยกกระชับผิว ซึ่งได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง และองค์การอาหาร และยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนนาดา กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป และกลุ่มประเทศแถบเอเชีย ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัย สามารถช่วยปรับผิวให้กระชับ แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรม

หลักการทำงานของ RF 

โดยการปล่อยคลื่นไฟฟ้าอ่อนในรูปของคลื่นวิทยุในช่วงความถี่ 0.3 – 0.5 MHz (เมกะเฮริตซ์) ที่ปลอดภัย พลังงานจากกระแสไฟในช่วงคลื่นความถี่วิทยุสามารถผ่านทะลุผิว ชั้นบนเพื่อไปเพิ่มอุณหภูมิของผิวหนังในชั้นลึกและประสานไปกับการนวดพร้อม ๆ กัน ซึ่งจะทำให้เกิดการไหลเวียน กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนรูปของพลังงานจากภายใน ทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 3°C – 5°C 

โดยการทำ RF นั้นจะส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตบริเวณที่ได้รับการรักษาดีขึ้น หลอดเลือดขยายตัว ช่วยให้เลือดและน้ำเหลืองไหลเวียนได้ดีขึ้นค่ะ

ข้อดีของการทำ RF ยกกระชับหน้า

  • RF ช่วยในเรื่องการกระชับสัดส่วน ทำการรักษาเนื่องจาก RF จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี และช่วยให้เกิดการหดตัว รัดตัว ของกล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อ บริเวณที่รับการรักษา ทำให้ผิวหนังกระชับขั้นนั่นเอง
  • RF ช่วยขจัดไขมัน สลายไขมัน เซลลูไลท์แล ะไขมันที่สะสมอยู่ตามต้นแขน ต้นขา เอว สะโพก หน้าท้อง ให้ลดลง

 ผลที่ได้จากการทำ RF เครื่องยกกระชับหน้า

  • ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายขับของเสียออกมาในรูปของเหงื่อ และน้ำเหลือง
  • ช่วยเร่งให้เกิดการเผาผลาญของไขมันในร่างกาย
  • ช่วยขจัดไขมัน และเซลลูไลท์
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคลอลาเจนใหม่ส่งผลให้บริเวณที่ทำ RF ผิวแรียบเนียนและกระชับขึ้น

ช่วง 4 สัปดาห์ – 1 สัปดาห์ ก่อนแต่งงาน 

ขอแนะนำ การฉีดฟิลเลอร์ เติมเต็มใบหน้า ให้ดูอ่อนเยาว์ ค่ะ เนื่องจากการฉีดฟิลเลอร์นั้น สามารถเห็นผลได้ทันทีหลังฉีด และไม่ได้จำเป็นต้องพักฟื้นด้วยค่ะ เพียงแค่ดื่มน้ำเยอะๆ เท่านั้นเองค่ะ ด้วยความสามารถในการเห็นผลทันทีนี้ ยังเหมาะสำหรับเซอร์ไพส์ว่าที่เจ้าบ่าว และบรรดาเพื่อนๆ ของว่าเจ้าสาวด้วยนั่นเองค่ะ ( “ สวยขึ้นนะเนี๊ย  ไปทำอะไรมา ? ” ความลับ จุ๊…จุ๊…)

ฉีดฟิลเลอร์ 

ฟิลเลอร์เองนั้นเป็นสารสกัดจำพวก Hyaluronic acid (ไฮยาลูรอน) ที่สกัดจากธรรมชาติโดยผ่านกรรมวิธีคัดแยกแบบพิเศษ ทำให้มีความปลอดภัยต่อผิวมาก จึงไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบการแพ้ก่อนรับการฉีดค่ะ และโอกาสการเกิดการแพ้น้อยมากๆๆ ซึ่งในวิจัยพบว่าอาการแพ้อาจเกิดจากการแพ้ยาชา ซึ่งถ้าเคยฉีดยาตอนถอนฟัน หรือยาชาตอนทำแผลมาแล้วไม่เกิดอาการแพ้ ก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ เพราะเป็นยาชาชนิดเดียวกันเลย

Hyaluronic Acid คืออะไร ?

Hyaluronic Acid หรือที่คนไทยนิยมเรียกกันว่า Hyaluron นั่นแหละ แฮร่…คุ้นหู ใช่ไหมล้าา ก็ที่เรามักได้ยินในเครื่องสำอางค์ญี่ปุ่นไงว่ามีส่วนผสมของ Hyaluron อะไรงี้ 

Hyaluronic Acid  คือ กรดที่ร่างกายของเราผลิตขึ้นมาเองได้ มีอยู่ทั่วไปตามร่างกาย และโดยเฉพาะบริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างอวัยวะและเซลล์ เพื่อเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสี และเพิ่มความยืดหยุ่น เช่น บริเวณหัวเข่า ถ้าขาดสารตัวนี้ จะมีผลทำให้การเดินจะเจ็บปวดเพราะว่าไม่มีตัวช่วยลดการเสียดสีระหว่างกระดูก ข้อต่อนั่นเอง นอกจากนี้ในวงการแพทย์ถูกใ ช้นำมาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างกว้างขวางทั้งร่างกายและผิวพรรณค่ะ

ช่วง 1-2 สัปดาห์สุดท้าย ก่อนแต่งงาน

แอดมินแนะนำให้ทำ ทรีทเมนท์หน้าใส เพียงอย่างเดียวค่ะ เพราะในช่วง 1 สัปดาห์สุดท้ายก่อนแต่งงานนี้ หากทำการรักษาด้วยการฉีด หรือการรักษาที่ใช้เข็มแทงเข้าบริเวณใบหน้า กอาจทำให้เกิดรอยแผล รวมถึงร้อยแดงได้นั่นเองค่ะ ดังนั้น การทำ ทรีทเมนท์หน้าใส จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดค่ะ 

ทรีทเมนท์หน้าใส

ทรีทเมนท์หน้าใส คือ การบำรุงรักษาผิวหน้าประเภทหนึ่ง ซึ่งอาจจะมีหลายขั้นตอน โดยแต่ละขั้นตอนจะเน้นเพื่อแก้ไขปัญหาของผิว ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดผิวหน้า การผลัดเซลล์ หรือขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพโดยไม่ทำลายผิวหน้า การกดบีบสิวอย่างถูกหลักสุขอนามัย การนวดหน้าเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต การมาส์คหน้าเพื่อให้สารอาหารตามความต้องการของผิว การบำรุงด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปรับสภาพผิว เพื่อคืนความแข็งแรง ลดเลือนริ้วรอย ลดการอุดตัน เพิ่มความกระจ่างใส นั่นเองค่ะ

เป็นไงบ้างคะ กับวิธีการเตรียมตัวทำสวยที่สำหรับเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด ที่แอดมินเอามาฝาก ถ้าชอบ หรือถูกใจอย่าลืมกด Like กด แชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้แอดมินด้วยนะคะ 

คลิก!! รับสิทธ์

ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี

[อยากสวยดูดีมีความรู้] เกี่ยวกับ ฟิลเลอร์ , ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? วิธีแยกฟิลเลอร์แท้ ห้ามพลาดบทความนี้เด็ดขาดค่ะ!! update 2020

 ฟิลเลอร์ ก็เหมือนกระเป๋า มีหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อ ก็มีหลายคอลเลคชั่น  คุณสมบัติก็แตกต่างกันด้วยนะจ๊ะ

 

แน่นอนขนาดกระเป๋าแบรนด์ดีแบรนด์ดัง ยังมีของก๊อปปี้หลายเกรด  ฟิลเลอร์ก็เช่นกัน จะฟิลเลอร์ก๊อปเกรด AAA ก๊อปเซิ่นเจิ้น มีวิธีแยกจากฟิลเลอร์แท้ยังไง ?

บทความนี้เราเลยจัดเต็มความรู้ รวบรวมข้อเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียฟิลเลอร์แต่ละยี่หัอ แต่ละชนิด ย่อยเนื้อหาจากวิจัยวิชาการมาให้อ่านแบบเข้าใจง๊ายง่าย แถมทิ้งท้ายด้วย Tips วิธีแยกฟิลเลอร์แท้จากฟิลเลอร์ปลอม และข้อควรปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์ ให้คนสวยแบบมีสมองอย่างเราได้วางแพลนการฉีดฟิลเลอร์ได้ถูกยังไงล่ะ

ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี 

เรื่องความสวยความงาม เป็นสิ่งที่เคียงคู่กับผู้หญิงเรามาตลอด และเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะวัยไหนอายุเท่าไหร่ ทุกคนต่างพยายามหาวิธีเพื่อทำให้ตัวเองออกมาดูดีอยู่ตลอดเวลา ซึ่งโดยปกติแล้ว ผิวหนังของมนุษย์เรานั้น จะมีส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ผิวเต่งตึงอยู่ตลอด นั่นคือ ใยคอลลาเจน ที่ร่างกายของเราสามารถสร้างขึ้นมาได้เอง และเมื่อเราเริ่มอายุเพิ่มมากขึ้นการสร้าง ใยคอลลาเจน ในผิวหนังจะค่อยๆ ลดลง ตามธรรมชาติ ส่งผลให้เกิด ริ้วรอย หย่อนคล้อยตามกาลเวลา และเมื่อใบหน้ามีอาการหย่อยคล้อยมากๆ ดูโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้หลายๆ คนขาดความมั่นใจไปโดยปริยาย

ด้วยเหตุนี้ทำให้ ฟิลเลอร์ เข้ามีบทบาทสำคัญในการช่วยฟื้นฟูยกกระชับใบหน้า ให้ดูอ่อนเยาว์ สุขภาพดี และทำให้ผิวชุ่มชื่นขึ้นด้วย เสริมสร้างความมั่นใจให้กับเรานั่นเองค่ะ

ฟิลเลอร์คืออะไร

ว่าแต่ ฟิลเลอร์ คืออะไร ?

ฟิลเลอร์เองนั้นเป็นสารจำพวก Hyaluronic acid ที่สกัดจากธรรมชาติโดยผ่านกรรมวิธีคัดแยกแบบพิเศษ ทำให้มีความปลอดภัยต่อผิวมาก จึงไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบการแพ้ก่อนรับการฉีดค่ะ และโอกาสการเกิดการแพ้น้อยมากๆๆ ซึ่งในวิจัยพบว่าอาการแพ้อาจเกิดจากการแพ้ยาชา ซึ่งถ้าเคยฉีดยาตอนถอนฟัน หรือยาชาตอนทำแผลมาแล้วไม่เกิดอาการแพ้ ก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ

นอกจากนี้ยังสามารถผสานเข้ากับเนื้อเยื่อในร่างกายของเราได้อย่างดี ทำให้ไม่ไหลย้อย และไม่เป็นก้อน ที่สำคัญสารชนิดนี้ยังสามารถสลายตัวไปได้เองตามธรรมชาติ หรือหากไม่ถูกใจกับผลลัพท์ที่ได้ ก็สามารถเอ็นไซม์ ฉีดให้สลายตัวได้อีกด้วย

ที่สำคัญคือ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับกันอย่างแพร่หลายทั้งยุโรป อเมริกาและเอเชีย จึงมีการพัฒนารุ่นใหม่ๆของแต่ละยี่ห้อออกมาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

 

ฉีดฟิลเลอร์คืออะไ

Hyaluronic Acid คืออะไร ?

Hyaluronic Acid หรือที่คนไทยนิยมเรียกกันว่า Hyaluron นั่นแหละ แฮร่คุ้นหู ใช่ไหมล้าา ก็ที่เรามักได้ยินในเครื่องสำอางค์ญี่ปุ่นไงว่ามีส่วนผสมของ Hyaluron อะไรงี้

Hyaluronic Acid  คือ กรดที่ร่างกายของเราผลิตขึ้นมาเองได้ มีอยู่ทั่วไปตามร่างกาย และโดยเฉพาะบริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างอวัยวะและเซลล์ เพื่อเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสี และเพิ่มความยืดหยุ่น เช่น บริเวณหัวเข่า ถ้าขาดสารตัวนี้ จะมีผลทำให้การเดินจะเจ็บปวดเพราะว่าไม่มีตัวช่วยลดการเสียดสีระหว่างกระดูก ข้อต่อนั่นเอง นอกจากนี้ในวงการแพทย์ถูกใช้นำมาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างกว้างขวางทั้งร่างกายและผิวพรรณค่ะ

ขนาดโมเลกุล

ขนาดของโมเลกุลฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลขนาดหนัก จะสามารถคงในชั้นผิวได้นาน และการกระจายตัวที่น้อยทำให้มีโอกาสเคลื่อนได้ยาก เหมาะสำหรับใช้ฉีดใบหน้าในผิวชั้นลึกได้ดี เพื่อใช้เป็นฐานสำหรับยกกระชับใบหน้า

ส่วนฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลเบา จะเหมาะสำหรับใช้ฉีดเข้าผิวหนังชั้นตื้น เพื่อยกกระชับใบหน้าให้แลดูอ่อนเยาว์ และเต่งตึงนั่นเองค่ะ                  

วันนี้แอดมินจะขอนำทุกท่านมาทำความรู้จักกับฟิลเลอร์ ตัวช่วยแสนดีที่ ช่วยให้สาวๆ กับมาสวยปิ้ง วิ้งๆ ได้ทันตา ทั้ง 3 ยี่ห้อกันค่ะ

ยี่ห้อฟิลเลอร์ ที่ผ่าน อย 

ซึ่งยี่ห้อของ ฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ได้แก่ Restylane, Juvederm , Belotero , ค่ะ  โดยทั้ง 3 ยี่ห้อนี้ ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในยุโรป อเมริกา ที่สำคัญผ่าน อย. ในไทยด้วยค่ะ

[ตอบหมดทุกข้อสงสัย]  เปรียบเทียบคุณสมบัติฟิลเลอร์ ทั้ง 3 ยี่ห้อ กันค่ะ ( Restylane, Juvederm , Belotero ) แต่ละยี่ห้อแตกต่างกันยังไง และแต่ละรุ่นมีคุณสมบัติแตกต่างกันยังไงกันน๊าาา

ฟิลเลอร์ Restylane

[เริ่มจาก] ฟิลเลอร์ Restylane ก่อนเลย

คุณสมบัติพิเศษของ Restylane ฟิลเลอร์

  • Restylane เป็นผลิตภัณฑ์ ฟิลเลอร์ ที่ผ่านปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางโมเลกุลน้อยที่สุด (ต่ำกว่า 1% ‘ Minimal Stabilization’) ทำให้มีความใกล้เคียงกับ สารไฮยาลูโรนิค แอซิด ตามธรรมชาติที่มีอยู่ในร่ายกายของเรา ทำให้สามารถใช้กับกับร่างกายของเราได้ดี และไม่ส่งผลให้เกิดอาการแพ้ค่ะ
  • Restylane คุณสมบัติในการยกผิว (Lifting Capacity) ทำให้สามารถใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้ยกกระชับใบหน้าได้นั่นเองค่ะ
  • โดยความแตกต่างอีกอย่างหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของงตัวผลิตภัณฑ์ Restylane นั้น คือการใช้เทคโนโลยีในการผลิตที่แตกต่างกัน โดยจะถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบได้แก่

* NASHA (Non-Animal Stabilized Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นเทคนิคพิเศษ ทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้น้อยมากๆๆๆค่ะ

* OBT (Optimal Balance Technology) ฟิลเลอร์มีเนื้อเจลนิ่ม มีความยืดหยุ่นสูง สามารถช่วยเติมเต็มและปรับรูปหน้าให้สวยละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ

ฟิลเลอร์ Restylane รุ่นต่างๆ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มได้แก่

Restylane ฟิลเลอร์ สำหรับใช้ ปรับรูปหน้า ฟื้นฟูใบหน้าให้แลดูอ่อนเยาว์ ได้แก่

       1.ฟิลเลอร์ Restylane ฟิลเลอร์ชนิดโมเลกุลเบา สำหรับฉีดผิวหนังชั้นกลาง เหมาะสำหรับฉีดเพื่อเติมเต็มบริเวณร่องน้ำหมาก  ใช้เทคโนโลยี NASHA            ในการผลิต
ฟิลเลอร์ฟื้นฟู

( ตัวอย่างกล่อง ฟิลเลอร์ Restylane )

  1. ฟิลเลอร์ Restylane Refyne  ฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติคล้ายกับรุ่น Restylane ต่างกันที่ใช้เทคโนโลยี OBT ในการผลิต เหมาะกับบุคคลที่มีผิวบางกว่า ใช้สำหรับฉีดร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
    ฟิลเลอร์-Restylane-Refyne
    ( รูปกล่อง ฟิลเลอร์ Restylane Refyne)
  1. ฟิลเลอร์ Restylane Defyne ฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติคล้ายกับรุ่น Restylane Lyft สำหรับฉีดผิวหนังชั้นกลาง และชั้นไขมัน เหมาะสำหรับใช้เติมเต็มบริเวณกรอบหน้า ยกกระชับบางส่วน ใช้เทคโนโลยี OBT ในการผลิต
    ฟิลเลอร์-Restylane-Defyne
    ( ตัวอย่างกล่อง ฟิลเลอร์ Restylane Defyne )
  1. ฟิลเลอร์ Restylane Lyft  เป็นฟิลเลอร์ที่โมเลกุลที่หนัก ใหญ่และถูกผลิตขึ้นด้วย OBT  เทคโนโลยี เหมาะสำหรับการขึ้นรูป ยกกระชับใบหน้า กรอบหน้า และฟิลเลอร์คาง
    ฟิลเลอร์-Restylane-Lyft
    ( ตัวอย่างกล่อง ฟิลเลอร์ Restylane Lyft)
  1. ฟิลเลอร์ Restylane Volyme ฟิลเลอร์ ชนิดโมเลกุลใหญ่ ใช้เทคโนโลยี NASHA ในการผลิต

           เหมาะสำหรับฉีดบริเวณ ขมับ ยกกระชับและแก้ม

ฟิลเลอร์ Restylane Volyme( ตัวอย่างกล่อง ฟิลเลอร์ Volyme )           

ฟิลเลอร์ Restylane ฟิลเลอร์ สำหรับใช้ พื้นฟูใบหน้าให้กระจ่างใส ได้แก่
Restylane-ฟิลเลอร์ พื้นฟูใบหน้าให้กระจ่างใส

  1. ฟิลเลอร์ Restylane Vital
  2. ฟิลเลอร์ Restylane Vital Light

ฟิลเลอร์ทั้ง 2 ชนิดนี้เป็น ฟิลเลอร์ชนิดโมเลกุลเบา นอกจากจะมีคุณสมบัติในการช่วยเติมเต็มใบหน้าแล้ว ยังมีความสามารถในการให้ผิวกระจ่ายใสอีกด้วย ถูกออกแบบมาใช้กับบริเวณผิวชั้นตื้น ไม่เพียงใบหน้า ยังรวมไปถึงคอ ช่วงอก และหลังมืออีกด้วย

Restylane ไวทอล
( ตัวอย่างกล่อง ฟิลเลอร์ Restylane Vital )


( ตัวอย่างกล่อง ฟิลเลอร์ Restylane Vital Light)
จุดเด่นของฟิลเลอร์-Juvederm
จุดเด่นของ ฟิลเลอร์ Juvederm

  1. ขึ้นรูปได้ง่าย ปั้นออกมาสวย ไม่เป็นก้อน และดูเป็นธรรมชาติ
  2. หลังจากที่ทำการฉีดเสร็จแล้ว มีโอกาสบวมน้อยกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป ด้วยเทคโลโลยีแบบใหม่ล่าสุด vycross technology
  3. บางรุ่นระยะเวลาอยู่ได้นาน นานถึง 2 ปีเลยทีเดียว ทำให้ไม่จำเป็นต้องฉีดฟิลเลอร์ซ้ำหลายรอบค่ะ

มีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองจาก อย. ประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และที่สำคัญสามารถย่อยสลายได้ ไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกายอย่างแน่นอนค่ะ

Juvederm-ของประเทศอะไร 

หลายๆ คนสงสัยว่า ฟิลเลอร์ juvederm นั้น เป็นของประเทศอะไร ?

Juvederm  Filler เป็นแบรนด์สัญชาติสหรัฐอเมริกา ค่ะ และนำเข้าโดยบริษัท Allergan Thailand (DSKH)

ผลิตภัณฑ์ Filler หรือ Hyarulonic Acid ของ Juvederm นั้นผ่านการรับรองว่าปลอดภัยโดย US FDA และ Thai FDA โดยแบ่งออกเป็นแต่ละรุ่นได้แก่

 

1.ฟิลเลอร์ Juvederm Ultra

เหมาะสำหรับใช้เติมเต็มในบริเวณร่องแก้ม ขมับ ซึ่งจะช่วยให้บริเวณที่ฉีดสารชนิดนี้ดูมีน้ำมีนวล เต่งตึงขึ้นหลังฉีด โดยฟิลเลอร์ชนิดนี้สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือน

Juvederm Ultra ( ตัวอย่างกล่อง Juvederm Ultra )

2.ฟิลเลอร์ Juvederm Ultra Plus

เหมาะสำหรับใช้เติมเต็มในบริเวณร่องแก้ม ร่องลึกต่างๆ เติมบริเวณขมับ หรือในคนที่มีหน้าตอบ โดยฟิลเลอร์ชนิดนี้สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6-9 เดือน

Juvederm Ultra Plus
( ตัวอย่างกล่อง Juvederm Ultra Plus )

3.ฟิลเลอร์ Juvederm Volbella

มีโมเลกุลเล็ก ถูกออกแบบมาสำหรับเน้นเติมเต็มในบริเวณใต้ตา และริมฝีปาก ให้ดูเอิบอิ่ม ดูเป็นธรรมชาติ โดยฟิลเลอร์ชนิดนี้สามารถอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน

ตัวอย่างกล่อง Juvederm Volbella ( ตัวอย่างกล่อง Juvederm Volbella )

4.ฟิลเลอร์ Juvederm Volift

ถูกออกแบบมาสำหรับผู้มีปัญหาร่องลึกบนใบหน้า ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงตามวัย รวมไปถึงใช้แก้ไขความบกพร่องในบริเวณต่างๆ จุดเด่นของฟิลเลอร์รุ่นนี้คือ หลังฉีดจะดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน และกระจายตัวได้ดีเรียบเนียนเป็นธรรมชาติด้วยค่ะ โดยฟิลเลอร์ชนิดนี้สามารถอยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน

( ตัวอย่างกล่อง Juvederm Volift )

  1. ฟิลเลอร์ Juvederm Voluma

จัดว่าเป็นฟิลเลอร์สารพัดประโยชน์ทีเดียวค่ะ มีโมเลกุลขนาดใหญ่ สามารถใช้เติมเต็มได้ทุกส่วนของใบหน้า ขึ้นกับเทคนิคและความชำนาญของแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าแก้ม เพื่อการยกกระชับ  ฟิลเลอร์ขมับ ฟิลเลอร์คาง หรือใช้ปรับรูปหน้า เก็บกรอบหน้าให้ดูน่าดึงดูดมากขึ้น โดยระยะเวลาของฟิลเลอร์ชนิดนี้สามารถอยู่ได้ประมาณ 24เดือน หรือ 2 ปีจากวิจัยเลยทีเดียวค่ะ

( ตัวอย่างกล่อง ฟิลเลอร์ Juvederm Voluma )

หลังจากนี้จะเป็น ผลิตภัณฑ์ ใหม่ล่าสุดของ Juvederm ที่พึ่งเปิดตัวค่ะ ได้แก่

ฟิลเลอร์ Juvederm Volite (New!!) เปิดตัวที่ประเทศไทยในช่วงกลางปี 2019 นี้

ฟิลเลอร์ Juvederm Volite เป็นผลิตภัณฑ์ล่าสุดของ Juvederm ที่ออกแบบมาสำหรับ ฉีดลดริ้วรอยโดยเฉพาะ และฟื้นฟูสภาพผิวในครั้งเดียว ซึ่งแตกต่างจากฟิลเลอร์ผิวหนังทั่วไป

Volite เป็นฟิลเลอร์ที่นอกจากจะปรับสภาพผิวแล้ว ยังช่วยบำรุงให้ผิวเรียบเนียน (ไม่มีริ้วรอย) พร้อม ความชุ่มชื้น ให้ผิวอีกด้วย

สิ่งที่นับว่าเป็นจุดเด่น ที่สุดของผลิตภัณฑ์ตัวนี้คือ Skinboosters สำหรับช่วยทำให้ผิวกระจ่างใส เหมาะกับผิวบริเวณใต้ตา นอกจากนี้ยังสามารถใช้ กับผิวหนังบริเวณหลังมือ บริเวณลำคอ และช่วงอกได้ด้วย

กล่อง ฟิลเลอร์ Juvederm Voluma ( ตัวอย่างกล่อง ฟิลเลอร์ Juvederm Volite )

ฟิลเลอร์ Juvederm Volux  (Coming soon!!) เปิดตัวในงานประชุมผิวหนังนานาชาติที่ประเทศโมนาโค Aesthetic & Anti-Aging World Congress ( AMWC 2019)  ที่คุณหมอแอร์ของเราได้รับเกียรติไปร่วมงานด้วย (คลิ๊ก!)

ฟิลเลอร์ Juvederm Volux เป็นอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งของ Juvederm โดยได้รับการออกแบบเพื่อใช้กับบริเวณคาง และกราม และสามารถคงอยู่ได้นานถึง 24 เดือน

จุดเด่นของ ฟิลเลอร์ Juvederm Volux

  • เป็นโมเลกุลหนัก เหมาะสำหรับใช้สำหรับปรับเปลี่ยน บริเวณคาง กราม ขากรรไกร
  • ความหนาแน่น ความแข็ง ทำให้สามารถปั้นขึ้นรูปได้ง่ายขึ้น
  • เคลื่อนตัวได้ยาก คงรูปได้ดี

 ฟิลเลอร์ Juvederm Volux

จุดเด่นของ ฟิลเลอร์ Juvederm Volux

ลิงค์

คลิ๊ก!! สุด Exclusive! คุณหมอแอร์บุกโรงงานฟิลเลอร์อเมริกา Juvederm เผยภาพวีดีโอลักษณะฟิลเลอร์แต่ละรุ่น

 

[ปิดท้ายด้วย] ฟิลเลอร์ Belotero กันค่ะ

ฟิลเลอร์-BeloteroBELOTERO ฟิลเลอร์พรีเมี่ยม จากสวิตเซอร์แลนด์ ที่มาพร้อม รางวัลด้านความงามจากยุโรป ถึง 2 รางวัล และผลลัพธ์จากผู้ใช้จริงกว่า 5 ล้านคนทั่วโลก

BELOTERO ฟิลเลอร์พรีเมี่ยม 

Belotero Filler มีชื่อเรียกอีกอย่าง Colorfull Filler ด้วยจุดเด่นที่มีสีสันสดใส และมีหลากสีให้เลือก โดยแต่ละสีนั้นจะถูกออกแบบ มาให้เหมาะสมกับแต่ละจุดบนใบหน้า เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ Belotero ได้ผ่านการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องโดย อย. สหรัฐอเมริกา ยุโรปและไทย USA FDA, CE mark และ TH FDA

ฟิลเลอร์ BELOTERO SOFT (กล่องสีเหลือง)

ถูกออกแบบมาสำหรับใช้ แก้ปัญหาริ้วรอยที่เกิดจากผิวชั้นนอก เช่นบริเวณ ตีนการอยที่หน้าผาก ร่องลึกใต้ตา

( ตัวอย่างกล่อง ฟิลเลอร์ BELOTERO SOFT )

ฟิลเลอร์ BELOTERO INTENSE (กล่องสีชมพู)

ถูกออกแบบมาสำหรับใช้ แก้ปัญหาเรื่องร่องลึกขั้นวิกฤติ เช่นบริเวณ ร่องแก้ม เติมเต็มแก้มตอบ ริมฝีปากอวบอิ่ม

ฟิลเลอร์ BELOTERO BALANCE (กล่องสีส้ม)

ถูกออกแบบมาสำหรับใช้ แก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึกระดับปานกลาง ยกตัวอย่างเช่นบริเวณระหว่างคิ้วร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก เติมเต็มบริเวณรอยเหี่ยวย่นรอบริมฝีปาก

( ตัวอย่างกล่อง ฟิลเลอร์ BELOTERO BALANCE )

ฟิลเลอร์ BELOTERO VOLUME (กล่องสีม่วง)

ถูกออกแบบมาสำหรับใช้ แก้ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย ใบหน้าตอบ บริเวณแก้มขมับ คาง แก้มส้มเป็นต้น

จุดเด่น ฟิลเลอร์ BELOTERO

  • ฟิลเลอร์คุณภาพสูงจากสวิตเซอร์แลนด์
  • คงผลลัพธ์ความอ่อนเยาว์ได้นานสูงสุด 18 – 24 เดือน
  • พิสูจน์ผลลัพธ์แล้วกว่า 5 ล้านคนทั่วโลก
  • ผ่านการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องโดย อย. สหรัฐอเมริกา ยุโรปและไทย USA FDA, CE mark และ TH FDA
  • ผลิตและผ่านการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีลิขสิทธ์เฉพาะขั้นสูงจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และได้รับรางวัลการันตีจากยุโรป ถึง 2 รางวัล

การเลือกใช้ Colourful Filler ในแต่ละชั้นผิว

  • Soft – เหมาะสำหรับเติมเต็มบริเวณใต้ตา หรือเติมความชุ่มชื่นให้กับผิวด้วยเทคนิค skin booster
  • Balance – เติมเต็มริมฝีปาก ริ้วรอยตื้นๆ และหลุมสิว
  • Intense – เติมร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
  • Volume – ปรับรูปหน้า ยกกระชับใบหน้า บริเวณคาง เติมเต็มแก้มและขมับ

 

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าใบหน้าเราจะใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหน รุ่นใดดี

ตอบง่ายๆเลยว่า ให้คุณหมอเป็นผู้ประเมินดีกว่าค่ะ เพราะฟิลเลอร์เปรียบเสมือนงานฝีมือของแพทย์ การเลือวัตถุดิบที่ใช้ให้งานออกมาสวย จึงเป็นหน้าที่ของแพทย์จากประสบการณ์  ที่จะประเมินจากปัจจัยต่างๆของคนไข้ เช่นสภาพโครงสร้างกระดูกใบหน้า ความหนา – บางของชั้นผิว ไขมันในชั้นผิว ความย่อนคล้อยของผิวหนัง อายุ เพศ ถุงใต้ตา ความแข็งแรงของมัดกล้ามเนื้อ ที่จะส่งผลเวลาแสดงสีหน้าอารมณ์ เพราะใครๆก็อยากฉีดฟิลเลอร์ออกมาเป็นธรรมชาติ หน้าไม่แข็งเป็นหน้ากาก รวมไปถึงความชอบของแต่ละบุคคลค่ะ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ และความชำนาญของแพทย์เป็นหลักเลยค่ะ

 

ด้วยเหตุผลนี้เองนี้เอง จึงที่มาของคำพูดที่เรามักย้ำเสมอ ว่า การฉีดฟิลเลอร์ นั้นไม่ใช่ฉีดกับใครก็ได้ เพราะใบหน้าเรามีเพียงใบหน้าเดียว ควรเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับใบหน้าเรานะคะ

 

จุดสังเกต ฟิลเลอร์ปลอม เรียกได้ว่ามีปลอมหลายเกรดยิ่งกว่ากระเป๋าแบรนด์เนมอีกค่ะ อุ้ยยย พูดแล้วคันปากยิบๆ เลยค่ะ

วิธีเช็คว่า ฟิลเลอร์ แท้ หรือไม่ ?  

เรามีเทคนิคหลักๆอยู่ 3 ข้อค่ะ

 

1.ตรวจสอบกับบริษัทยาโดยตรง 

โดยข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้แก่

คลินิกชื่อ …………….  สั่งนำเข้า ฟิลเลอร์ยี่ห้อ ………. รุ่น ………..

Serial Number ข้างกล่องฟิลเลอร์ / Lot / รุ่นที่ผลิต ……. จริงไหมคะ ?

2.ด้านราคาและความน่าเชื่อถือของคลินิกและแพทย์ผู้ทำหัตถการ 

หากเป็นราคาที่ต่ำแตกต่างจากท้องตลาดมากๆ หรือคลินิกไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีใบอนุญาตประกอบสถานพยาบาล หรือแพทย์ผู้ทำหัตถการไม่มีใบอนุญาตให้ดำเนินการรักษาในคลินิก ควรระวังว่าอาจเป็นคลินิกเถื่อน

เพราะยาแท้ ยาที่ใช้ในคลินิกทั้งหมดที่สั่งจากบริษัทยาที่ถูกกฎหมายโดยตรงนั้น ต้องอาศัยใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม(ใบประกอบวิชาชีพแพทย์) เป็นผู้ดำเนินการสั่งซื้อเท่านั้น

 

Tips การดูฟิลเลอร์แท้ ของแต่ละยี่ห้อ

Restylane 

ภายนอก

1.ตัวกล่อง มุมขวาบนมีสติกเกอร์ ราคาเป็นแบบ Hologram สะท้อนแสงของ Restylane และ Galderma ติดบนกล่อง 

2.ข้างกล่อง ประกอบด้วย  หมายเลขอ้างอิง Lot ,วันหมดอายุ ค่ะ

3.บริเวณรอยปรุก่อนเปิดกล่องต้องปิดผนึกสนิททั้ง 2 ด้าน

ภายใน

4..ภายในบรรจุยาใน Sterile Set เป็นหลอดฟิลเลอร์พร้อมใช้งานหลอดยาจะสามารถเปิดใช้ได้ด้วยวิธีการหักฝาจุกสีขาวขุ่นออกเท่านั้น ซึ่งสามารถใช้ยืนยันได้ว่าเป็นฟิลเลอร์ใหม่

5.ส่วนตัวหลอดยามีสติกเกอร์ ระบุรุ่นที่ผลิต และวันหมดอายุเอาไว้อย่างชัดเจน ซึ่งหมายเหล่าเลขนี้จะตรงกันกับที่ระบุไว้บริเวณข้างกล่อง

6.ในกล่องจะมีฉลากกำกับยาและข้อมูลของฟิลเลอร์ชนิดนั้นๆ เพื่อให้ศึกษาค่ะ
Restylane-ภายนอก

Restylane-ภายในหลังจากการฉีดแล้ว แนะนำ ให้คนไข้เก็บกล่องเปล่า Restylane กลับบ้าน หลังจากทำทรีตเมนต์ทุกครั้ง เพื่อเป็นหลักฐานหรือใช้ตรวจสอบ ในกรณีเกิดผลข้างเคียงหรือ อาการไม่พีงประสงค์

ช่องทางติดต่อสำหรับใช้ตรวจสอบข้อมูลของผลิตภัณฑ์ Restylane ได้ที่

บริษัท Galdema (ประเทศไทย) จำกัด เบอร์โทรศัพท์ 02-023-1800 ต่อ 402

Juvederm 

1.ตัวกล่อง บริเวณด้านซ้ายของกล่องจะมีหมายเลข Lot , วันที่ผลิต,วันหมดอายุ,และ เลขที่อ้างอิงค่ะ  ซึ่งสามารถใช้หมายเลข Lot ในการตรวจสอบกับบริษัทที่นำเข้าได้ค่ะ

2.ด้านใต้ตัวกล่อง จะมีสติ๊กเกอร์ ยาควบคุมพิเศษติดอยู่ค่ะ

ภายใน 

3..ภายในกล่อง ตัวยาจะถูกบรรจุอยู่ในแพ็คเกจ sterile จำนวน 2 ซีซี และด้านหน้าตัวถาดของ แพ็คเกจ จะมีหมายเลข Lot , วันที่ผลิต,วันหมดอายุ,และ เลขที่อ้างอิงค่ะ ซึ่งจะตรงกันกับ ที่ระบุไว้บริเวณข้างกล่องค่ะ

4.เมื่อเปิด แพ็คเกจ Sterile ตัวยาจะถูกบรรจุใน Syringe  เป็นหลอดฟิลเลอร์พร้อมใช้งาน โดยจะมี สติ๊กเกอร์ระบุ หมายเลข Lot , วันที่ผลิต,วันหมดอายุ,และ เลขที่อ้างอิงค่ะ เอาไว้เช่นเดียวกันค่ะ 

5.ตัว  Syringe จะถูกปิดด้วยฝาเกลียวพลาสติกค่ะ
6.ตัว Syringe จะมีหมายเลข Lot ซึ่งจะตรงกันกับสติ๊กเกอร์ในแพ็คเกจ sterile และด้านข้างกล่องค่ะ
7.ในกล่องจะมีฉลากกำกับยา และข้อมูลของฟิลเลอร์ชนิดนั้นๆ เพื่อให้ศึกษาค่ะ
Juvederm บริษัทที่นำเข้าคือ Allergan(DKSH) เบอร์โทรศัพท์ 02-640-4999 ต่อ 1 

Juverderm ภายนอก

JuverdermในBelotero

1.ตัวกล่องจะแตกต่างจากยี่ห้อห้ออื่น คือ กล่องจะถูกดีไซน์มาในรูปแบบแนวตั้งค่ะ

2.บริเวณมุมด้านซ้ายของกล่องจะมี ชื่อบริษัทที่นำเข้า  Merz Aesthetics ประทับไว้ค่ะ

3.บริเวณด้านใต้ของกล่องจะมีติ๊กเกอร์ หมายเลข Lot , วันหมดอายุของยาอาติดเอาไว้ค่ะ ซึ่งสามารถใช้หมายเลข Lot ในการตรวจสอบกับบริษัทที่นำเข้าได้ค่ะ

ภายใน 

4.ภายในกล่อง ตัวยาจะถูกบรรจุอยู่ในแพ็คเกจ sterile เช่นเดียวกับยี่ห้ออื่นค่ะ

5.ด้านในของ แพ็คเกจ จะประกอบไปด้วย ตัวยา เข็ม และ สติ๊กเกอร์เลขที่อ้างอิงค่ะ

6.ตัว syringe จะมีแถบสีติดอยู่ ซึ่งจะตรงกับสีของกล่องค่ะ

7.ในกล่องจะมีฉลากกำกับยา และข้อมูลของฟิลเลอร์ชนิดนั้นๆ เพื่อให้ศึกษาค่ะ

Belotero-ภายนอก Belotero-ภายใน

เลขที่อ้างอิง และ Lot ของ ผลิตภัณฑ์ของ Belotero สามารถ เช็คใน webside : merzclubthailand ค่ะ หรือ ทางเฟสบุ๊ค : Merz Aesthetics thailand สามารถติดต่อทางอินบ็อก ได้เลยค่ะ เบอร์โทรศัพท์ 02-229-9696

โดยมีบริษัทที่นำเข้าคือ  Merz Aesthetics (Thailand) 

ขนาดช่างแต่งหน้ายังมีหลายราคาเลย นี่งานหัตถการแพทย์ที่ต้องอาศัยความชำนาญและความปลอดภัยมากๆ ใบหน้าเรามีหน้าเดียว คิดดีๆ นะตัวเธอ

ข้อควรปฏบัติแนะนำหลังทำการฉีดฟิลเลอร์ข้อควรปฏบัติแนะนำหลังทำการฉีดฟิลเลอร์

1.งดแต่งหน้า หรือใช้ครีมบำรุงผิว ในบริเวณที่ ทำการรักษานาน 24 ชั่วโมง

2.ควรดื่มน้ำมากๆ (อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว) เป็นประจำทุกวัน

3.หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้เส้นเลือดขยาย และอาจจะทำให้เกิดอาการบวมมากยิ่งขึ้นได้

4.หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่ระคายผิว และสารที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA 1 สัปดาห์

หลัง ฉีดฟิลเลอร์ แล้วสามารถโดนแดด ได้ไหม

หลัง ฉีดฟิลเลอร์ แล้วสามารถโดนแดดได้ปกติ ไม่มีปัญหาแน่นอน ไม่ต้องกังวล เนื่องจากตำแหน่งที่เราทำการฉีดเติมฟิลเลอร์นั้น อยู่ในบริเวณผิวหนังชั้นเนื้อเยื้อหุ้มกระดูก และอยู่คนละชั้นผิวกันค่ะ ซึ่งอยู่ห่างจากผิวหนังชั้นนอกมาก จึงทำให้การกระทำที่เกิดขึ้นกับผิวหนังชั้นนอก ไม่สามารถส่งผลถึงชั้นผิวหนังที่เราทำการฉีดฟิลเลอร์นั่นเองค่ะ

ทั้งนี้ฟิลเลอร์ที่เราใช้นั้น เป็นฟิลเลอร์ที่ได้รับ การรับรองจากทั่วโลก โดยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม HA Filler ซึ่งมีอยู่ในผิวของมนุษย์อยู่แล้ว ดังนั้นแสงแดดต่อให้แรงแค่ไหน ก็ไม่สามารถส่งผลกระทบถึงตัว ฟิลเลอร์ที่เราทำการฉีดได้เลย

แต่ถ้าจะให้ดีก็อย่าลืมทาครีมกันแดดด้วยนะคะ

ผิวไหม้แดดขึ้นมาจะหาว่าไม่เตือนนะจ๊ะ การโดนแสงแดดเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้ผิวของเราเสียความชุ่มชื่น และแห้งกร้านได้นะจ๊ะ เพราะแสงแดดนั้น จะส่งผลโดยตรงต่อเม็ดสี Melanocyte ที่อยู่ในผิวหนังของเรา ทำให้ผิวเกิดอาการไหม้ และคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัดนั่นเองค่ะ

 

สรุปแล้ว การเลือก ยี่ห้อฟิลเลอร์ นั้น ขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้ทำหัตถการค่ะ โดยแพทย์จะประเมินจากปัจจัยต่างของคนไข้ เช่น ความหนา – บางของชั้นผิว ไขมันในชั้นผิว ความย่อนค้อย สภาพโครงสร้างใบหน้า ความย่อนคล้อยของผิวหนัง อายุ เพศ ถุงใต้ตา รวมไปถึงความชอบของแต่ละบุคคลค่ะ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ และความชำนาญของแพทย์ด้วยค่ะ

ด้วยเหตุผลนี้เองนี้เอง จึงที่มาของคำพูดที่เรามักย้ำเสมอ ว่า การฉีดฟิลเลอร์ นั้นไม่ใช่ฉีดกับใครก็ได้ เพราะใบหน้าเรามีเพียงใบหน้าเดียว ควรเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับใบหน้าเรานะคะ 

ฉีดฟิลเลอร์ อันตรายไหม ?

สำหรับคำตอบของคำถามที่ว่า ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม นั้นจะขึ้นกับปัจจัยต่อไปนี้ค่ะ

ฟิลเลอร์แท้ไหม

ก่อนอื่นเราขอทำความเข้าใจกันสักนิดนึงก่อนว่า ฟิลเลอร์ (Filler) นั่นหมายถึงสารเติมเต็มซึ่งมีอยู่หลายประเภท (อ่านเพิ่ม ฟิลเลอร์ ไม่รู้จักไม่ได้แล้ว) แต่ในที่นี้เราจะพูดถึง Hyaluronic acid filler เท่านั้นนะคะ ซึ่งจัดเป็น ฟิลเลอร์ แบบชั่วคราว ฟิลเลอร์แท้ สลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่มีบิดเบี้ยว ผิดรูป ไหลย้อยแน่นอนค่ะ ถ้าเป็น ฟิลเลอร์แท้ สบายใจหายห่วงได้เลยค่า

แต่หากเป็น ฟิลเลอร์ปลอม สารทำเลียนแบบ ไม่ผ่านมาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันมีเยอะมากๆ ขึ้นชื่อว่าปลอมแล้ว แน่นอนค่ะ จะถามหาความปลอดภัยจากการฉีดไม่ได้เลย อันตรายมากๆเลยนะคะ

 

ตำแหน่งที่ฉีด

แน่นอนว่าฟิลเลอร์เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการเติมเต็ม พร้อมยกกระชับปรับรูปหน้าได้หลายตำแหน่งเลยเนอะ แต่หลายๆ ตำแหน่งคุณหมอจะระวังในการฉีดฟิลเลอร์มากๆ ค่ะ เนื่องจากมีหลอดเลือดอยู่ในจุดเสี่ยงเยอะเช่นบริเวณ หัวคิ้ว หน้าผาก จมูก และขมับค่ะ แต่สำหรับบริเวณใต้ตา แก้มส้ม คาง แก้มตอบ ร่องน้ำหมาก ร่องแก้ม หากฉีดโดยแพทย์มากประสบการณ์แล้วสบายมากค่ะ ไม่ต้องกังวลเลยว่าฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม

แพทย์ผู้ทำหัตถการ

เรียกได้ว่าเป็นปัจจัยข้อสำคัญสุดก็ว่าได้ เพราะ ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม  ขึ้นกับฝีมือของแพทย์ล้วนๆเลยค่ะ อย่างที่ทราบกันว่า “ การฉีดฟิลเลอร์ เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ของการแบบออกแบบรูปหน้า ” ที่ผ่านการวิเคราะห์โดยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ถึงเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่หย่อนคล้อย โครงสร้างกระดูกที่ยุบตัวตามกาลเวลา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความเหี่ยวคล้อยของใบหน้า ทำให้ดูแก่ โทรมได้ และการใช้ศิลปะของแพทย์ในการดีไซน์การปรับรูปหน้า เลือกผลิตภัณฑ์โมเลกุลฟิลเลอร์ให้เหมาะสมในแต่ละเคส เทคนิคการวาง ฟิลเลอร์ ให้ถูกตำแหน่ง ซึ่งตรงนี้ ต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์มากๆ เลย แนะนำให้ดีฉีดกับ อาจารย์แพทย์ด้านฟิลเลอร์ เลยดีที่สุด  

ฉีดไขมันที่หน้า

“ฉีดไขมันที่หน้ามีข้อเสียอะไรบ้าง ?”

ฉีดไขมันหน้าพัง เพราะอะไร ไขข้อข้องใจที่ไม่มีใครเคยบอก ตอนนี้กำลังเป็นเทรนด์กันเลยทีเดียวสำหรับการ ฉีดไขมัน หรือ Fat filler , Fat transfer วันนี้เรานำความรู้จากวิจัยและไขข้อข้องใจกับคำถามฮิตที่ถามกันมามากที่สุดช่วงนี้ ว่า “ ฉีดไขมันที่หน้า ข้อเสีย อะไรบ้าง ?”

ฉีดไขมันหน้า คืออะไร ?

การฉีดไขมันหน้าเป็นการปลูกถ่ายไขมัน (Autologous fat grafting) คือดูดไขมันจากที่หนึ่งไปเติมอีกที่เพื่อหวังว่าเซลล์ไขมันที่ดูดไปนั้น จะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้ เปรียบเสมือนการปลูกถ่ายเนื้อเยื่ออย่างหนึ่งเลย
ฉีดไขมันหน้า อยู่ได้นานไหม
ซึ่งวิจัยหลายๆ ที่สรุปผลมาเหมือนกันว่า อัตราการติดของไขมันหน้านั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลและ ไม่สามารถทำนายคาดการณ์ได้ (variable and unpredictable) โดยส่วนใหญ่การติดของไขมันจะอยู่เพียง 10 – 15% เท่านั้น ต่อการเติมหนึ่งครั้ง จึงเป็นสาเหตุให้การเติมไขมันมักเติมในปริมาณที่มาก หน้าจึงบวมมากหลังทำหัตถการ โดยที่ว่า ฉีดไขมันหน้า บวมกี่วันนั้น จะขึ้นอยู่กับเทคนิคและ ปริมาณไขมันที่เติม ส่วนใหญ่จะบวมประมาณ 15 – 30 วัน และเคสที่มีประสบการณ์การฉีดไขมันหน้าส่วนใหญ่บอกว่ามักจะหายไปในเวลา 2 – 3 เดือนด้วย

ฉีดไขมันหน้าพังเพราะอะไร
ต้องบอกว่าเป็นคำถามฮิตจริงๆ เพราะการ ฉีดไขมันหน้าพัง ในความหมายของหลายๆเคส คือมีผิวหน้าขรุขระ ไม่สม่ำเสมอ ฉีดไขมันหน้าพัง ผิวเป็นคลื่น นั่นก็เพราะไขมันปลูกถ่ายติดไม่เท่ากัน บางจุดติด บางจุดไม่ติด รวมถึงการฝ่อตัวสลายของเซลล์ไขมันที่ไม่พร้อมกันด้วย จึงมีหลายเคสที่บอกว่าหน้าบุ๋มลงบางจุด บางตำแหน่งนูนจนเสียความมั่นใจกันเลยทีเดียว

“ฉีดฟิลเลอร์กับฉีดไขมันอันไหนดีกว่ากัน”ระหว่างการ ฉีดฟิลเลอร์ กับการ ฉีดไขมัน เป็นคำถามที่คนไข้ส่วนใหญ่อยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก เพราะทั้งการ ฉีดฟิลเลอร์ และการ ฉีดไขมัน ต่างก็เป็นการฉีดสารเติมเต็มเหมือนกัน แพทย์บางท่านอาจจะแนะนำให้ ฉีดฟิลเลอร์ ในขณะแพทย์บางท่านก็แนะนำให้ฉีดไขมัน งั้นเราลองมาดูข้อแต่งต่าง ข้อดีและข้อเสีย ของการฉีดไขมัน และ ฟิลเลอร์ กันค่ะ

FAT Filler (ฉีดไขมัน) คืออะไร

การ ฉีดไขมันหน้า เป็นการปลูกถ่ายไขมัน (Autologous fat grafting) คือดูดไขมันจากที่หนึ่งไปเติมอีกที่เพื่อหวังว่าเซลล์ไขมันที่ดูดไปนั้น จะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้ เปรียบเสมือนการปลูกถ่ายเนื้อเยื่ออย่างหนึ่งเลย

ข้อดีของการฉีดไขมัน (FAT Filler)

  1. ราคาต่อซีซีดูเหมือนจะถูกกว่า
  2. เพราะเป็นการใช้ไขมันตัวเอง เหมือนจะช่วยลดไขมันส่วนเกินได้ แต่ไขมันที่ถูกนำออกไปอย่างรวดเร็วนั้น เมื่อร่างกายเกิดช่องว่างในชั้นไขมัน ก็จะมีการสะสมไขมันเพื่อเติมเต็มช่องว่างนั้นกลับมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน

“ฉีดไขมันที่หน้าข้อเสีย (FAT Filler)”

1. เจ็บซ้ำซ้อน เพราะต้องดูดไขมัน(FAT Filler)ของเราออกมาก่อน
2. สสารของไขมัน (FAT Filler) จะมีขนาดใหญ่กว่าสาร HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) ฉะนั้น การฉีดไขมันจะต้องใช้เข็มที่ใหญ่กว่า ซึ่งก็จะทำให้เจ็บมากกว่า และด้วยเข็มที่ใหญ่กว่า โอกาสที่จะแทงทะลุเข้าเส้นเลือดก็มีมากกว่าเช่นกัน
3. การฉีดไขมัน (FAT Filler)ใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า HA Filler (Hyaluronic Acid Filler)
4. หากว่าร่างกายของเราผอมมากๆ หรือวัยของเรามากขึ้น ไขมัน (FAT Filler) ที่ได้จะมีคุณภาพที่ไม่ค่อยดีพอที่จะนำมาใช้
5. เมื่อได้ไขมัน (FAT Filler) ที่ไม่มีคุณภาพ ไขมันบางเซลล์จะมีโอกาสตายและลดลงได้ มีงานวิจัยนึงของเกาหลี เปอร์เซ็นต์การอยู่รอดของไขมัน เมื่อฉีดเข้าไป ภายใน 3 เดือน จาก 100% จะลดลงไปเหลือเพียงแค่ 20% เท่านั้น
6. การฉีดไขมัน (FAT Filler)เข้าไปในร่างกายของเรามีโอกาสทำให้เกิดตาบอดมากกว่า HA Filler (มีผลการวิจัยรับรองจาก Literature Review)

HA ฟิลเลอร์ คืออะไร
ฟิลเลอร์นั้นเป็นสารจำพวก Hyaluronic acid ที่สกัดจากธรรมชาติโดยผ่านกรรมวิธีคัดแยกแบบพิเศษ ทำให้มีความปลอดภัยต่อผิวมาก จึงไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบการแพ้ก่อนรับการฉีดค่ะ และโอกาสการเกิดการแพ้น้อยมากๆๆ ซึ่งในวิจัยพบว่าอาการแพ้อาจเกิดจากการแพ้ยาชา ซึ่งถ้าเคยฉีดยาตอนถอนฟัน หรือยาชาตอนทำแผลมาแล้วไม่เกิดอาการแพ้ ก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ เพราะเป็นยาชาชนิดเดียวกันเลย
Hyaluronic Acid คืออะไร ?
Hyaluronic Acid คือ กรดที่ร่างกายของเราผลิตขึ้นมาเองได้ มีอยู่ทั่วไปตามร่างกาย และโดยเฉพาะบริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างอวัยวะและเซลล์ เพื่อเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสี และเพิ่มความยืดหยุ่น เช่น บริเวณหัวเข่า ถ้าขาดสารตัวนี้ จะมีผลทำให้การเดินจะเจ็บปวดเพราะว่าไม่มีตัวช่วยลดการเสียดสีระหว่างกระดูก ข้อต่อนั่นเอง นอกจากนี้ในวงการแพทย์ถูกใช้นำมาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างกว้างขวางทั้งร่างกายและผิวพรรณค่ะ

ข้อดีของการฉีด HA Filler (Hyaluronic Acid Filler)
1. เจ็บน้อยกว่า และไม่เกิดแผลเป็น
2.แก้ปัญหาใต้ตาได้ครบ ทั้ง ใต้ตาคล้ำ ขอบตาดำ ตาโหลลึก และ ถุงใต้ตา
3. ไม่มี Downtime หรือมีก็น้อยมาก และหากได้รับการฉีดโดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิลเลอร์โดยเฉพาะ รับรองความปลอดภัยได้เลย
4. การฉีด HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) แทบไม่ต้องพักฟื้น
5. การฉีด HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) จะใช้เวลาน้อย เวลาในการฉีดประมาณ 15-30 นาทีเท่านั้น และเห็นผลได้ทันทีหลังฉีด
6. สาร HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) มีโมเลกุลหลายรูปแบบ ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีและดูเนี้ยบกว่ามาก
7. Hyaluronic acid ปลอดภัยมาก เป็นสารชนิดเดียวกับที่ชั้นผิวเรามีตามธรรมชาติอยู่แล้ว โอกาสที่จะแพ้จึงน้อยมากๆๆ โดยคนที่แพ้ฟิลเลอร์มักเกิดจากแพ้ยาชาในฟิลเลอร์มากกว่า แต่ถ้าเคยฉีดยาชาถอนฟันแล้วไม่แพ้ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะเป็นยาชนิดเดียวกัน

ข้อเสียของการฉีด HA Filler (Hyaluronic acid filler)
1. HA Filler (Hyaluronic Acid Filler) ราคาต่อซีซี ค่อนข้างสูงกว่า FAT Filler แต่บางเคสที่ฉีดไขมัน(FAT Filler) ไปแล้วสลายหายไปหมดเลยก็มี [ถึง HA Filler จะแพงกว่า แต่มีความคุ้มค่ามากกว่า]
2. บางรายอาจมีอาการปวด ,บวม แต่อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1 ถึง 2 วัน
สรุปว่าทั้ง การฉีดฟิลเลอร์ และ การฉีดไขมัน ก็มีข้อแตกต่างกันไป คนไข้ส่วนมากมักจะสับสนเรื่องนี้ และกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับการเติมเต็มทั้งสองประเภทนี้ หวังว่าบทความนี้จะเป็นตัวช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้นนะค่ะ

เคสอุทาหรณ์ประสบการณ์ ฉีดไขมัน แล้วหน้าพัง!!  รีวิวจากคนไข้จริง
ก่อนอื่นเลย ต้องขอขอบคุณ คุณขวัญ มากๆ เลยค่ะ ที่ช่วยมาแชร์ประสบการณ์ให้แอดมินฟังค่ะ

ความเดิมเมื่อประมาน 1 ปีก่อน
คุณขวัญ ได้ไปทำตา 2 ชั้นมาค่ะ แต่เมื่อทำเสร็จแล้ว คุณขวัญ พบว่าบริเวณใต้ตานั้นเกิดถุงขึ้น คุณขวัญ จึงได้ทำการปรึกษาคุณหมอท่านแรก เกี่ยวกับอาการดังกล่าว ซึ่งคุณหมอท่านนั้น ได้แนะนำให้คุณขวัญ ทำการฉีดไขมันเพื่อเติมเต็มถุงใต้ตา ซึ่งเมื่อคุณขวัญทำการฉีดไขมันบริเวณใต้ตามาแล้ว เกิดอาการบวม อย่างรุนแรง บริเวณที่ทำการฉีดไขมัน

ในช่วงแรกคุณหมอท่านดังกล่าวได้ บอกกับคุณขวัญ ว่าเป็นเพียงผลข้างเคียงจากการฉีดไขมัน  และจะค่อยๆ หายไปเอง จนเมื่ออาการบวมเริ่มหาย คุณขวัญพบว่าผลลัพธ์ที่ได้ ผิวบริเวณใต้ตา เป็นก้อน เกิดเป็นคลื่น ไม่เรียบเนียน และยังเห็นชัดมากๆ ด้วยค่ะ ในตอนนั้น คุณขวัญ เข้าใจว่าอาการดังกล่าวคงอยู่เพียงไม่นาน และคงหายไปได้เองเหมือนอาการบวม

คุณขวัญ จึงรอปล่อยให้อาการดังกล่าวหายไปเองจน 3 เดือน ผ่านไปกลับไม่ได้ดีขึ้นเลย คุณขวัญ จึงแจ้งปัญหาดังกล่าวกับคุณหมอท่านเดิม และขอวิธีแก้ไข คุณหมอท่านนั้นได้แนะนำให้ คุณขวัญผ่าตัดขูดเอาไขมันที่เติมเข้าไปในบริเวณใต้ตาออก ซึ่งคุณขวัญ ตกลงยอมทำการขูดออก

แต่เมื่อทำการนำไขมันออกแล้ว ใบหน้าของคุณขวัญ กลับยังไม่ดีขึ้นเลย และยังคงเป็นรอยลึก เป็นคลื่นค่ะ ในช่วงแรกคุณขวัญ เข้าใจว่าเป็นเพียงอาการข้างเคียงหลังผ่าตัด เหมือนครั้งก่อนค่ะ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณขวัญ พบว่าอาการยังคงเหมือนเดิม และไม่ดีขึ้น คุณขวัญ จึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนคลินิกที่ทำ คุณ…. ได้เข้าไปขอคำปรึกษาจากคุณหมอท่านที่ 2

คุณหมอท่านที่ 2 ได้อธิบายเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น ให้คุณขวัญ ได้ฟัง โดยปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่ยังคงมีไขมันที่ได้ทำการฉีดไปในตอนแรก เหลืออยู่จึง ทำให้บริเวณใต้ตาของคุณขวัญ  ยังคงไม่ดีขึ้นนั่นเองค่ะ คุณหมอท่านดังกล่าว ได้แนะนำให้ คุณขวัญ ทำการผ่าตัดอีกครั้ง

เพื่อนำไขมันที่เหลือออกจนหมด ซึ่งหลังจากทำการผ่าตัดนำไขมันออกอีกครั้ง คุณขวัญ กลับพบว่า บริเวณใต้ตายังคงเหลือไขมันอยู่ในบริเวณ หางตาด้านซ้าย และหัวตาด้านขวา ทำให้เวลาที่ คุณขวัญ ยิ้ม ผิวจะเกิดอาการยุบลงอย่างมากค่ะ นอกจากนี้ บริเวณใต้ตายังมีอาการดำคล้ำ และเหี่ยวย่นด้วย

คุณขวัญ จึงได้เข้าไปปรึกษากับคุณหมอท่านเดิมอีกครั้ง คุณหมอจึงแนะนำให้ทำการฉีด HA ฟิลเลอร์ แทนเพื่อเติมเต็มและแต่งใต้ตาที่มีปัญหาให้กลับมาเรียบเนียนขึ้น คุณขวัญ จึงตัดสินใจตกลง ฉีดฟิลเลอร์ (ไม่ได้ฉีดกับทางเรานะคะ) โดยครั้งแรกทำการฉีดไปก่อน 1 CC แต่คุณขวัญ กลับไม่รู้สึกดีขึ้น

คุณขวัญ จึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนคลินิกอีกครั้ง และตัดสินใจให้คุณหมออีกท่าน แต่งใต้ตาเพิ่มโดยการฉีดฟิลเลอร์เพิ่มอีก 2 CC เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และเติมเรื่อยๆ ทุกอาทิตย์

แต่แล้วคุณขวัญ กลับต้องผิดหวังอีกครั้งค่ะ เพราะหลังจากฟิลเลอร์ใต้ตาที่ได้กลับเกิดอาการช้ำ บวม เนื่องจากหลอดเลือดฝอยใต้ตาแตก ส่งผลให้เกิดอาการบวมช้ำ และเป็นก้อนค่ะ

หลังจากนั้น คุณขวัญ ได้ติดต่อทางคลินิกของเราเข้ามา และได้เล่าประสบการให้แอดมินฟังค่ะ แอดมินจึงได้นำเรื่องไปปรึกษาคุณหมอจึงได้ทำการนัดคุณขวัญ เข้ามาดูอาการที่คลินิกค่ะ โดยคุณขวัญ ได้บินตรงจากขอนแก่นเลยค่ะ

หลังจากพูดคุยกันแล้ว คุณหมอจึงแนะนำให้ฉีดสลายฟิลเลอร์ก่อน (อ่านเพิ่ม คลิ๊ก! ฉีดสลายฟิลเลอร์กี่วันหาย) จากนั้นจึงนัดเข้ามาติดตามอาการหลังฉีดสลายค่ะ

ผลลัพธ์ที่ได้ ถูกใจคุณขวัญ มากๆ เลย ว้าววววว !!! บริเวณใต้ตาที่เคยเป็นก้อนหายไปมากเลยค่ะ !!!

แต่ว่าหลังฉีดสลายไปแล้ว ใต้ตาของคุณขวัญ ยังคงโทรมอยู่ คุณหมอเมฆของเรา เลยจัดการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ให้ใหม่ค่ะ  ผลก็เป็นอย่างที่เห็นค่ะ เปะปัง!! จนต้องเลยร้องว้าวววววว!! เลยค่ะ

ทิ้งท้ายกับประโยคติดปากของ คุณหมอเมฆค่ะ

การฉีดฟิลเลอร์นั้น ไม่ใช่ฉีดกับใครก็ได้ ไม่ควรดูเพียงว่าอยู่ใกล้ หรือไกลบ้าน เพราะ ฟิลเลอร์ เป็นทั้ง ศาสตร์ และ  ศิลป ซึ่งเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์เป็นสิ่งสำคัญครับ ดังนั้น ควรเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับใบหน้าเราเถอะครับ ใบหน้าเราไม่ใช่หวย ควรสวยไม่ต้องลุ้น เพราะใบหน้าของเรามีเพียงใบหน้าเดียว

Doctor Mek Clinic ของเราขอการันตีด้วย รางวัลยอดฉีดฟิลเลอร์มากที่สุดอันดับ 1 ของประเทศไทยในปี 2018 ปี
และกล้าการันตี ด้วย “ รีวิวจากคนไข้ที่เข้ามาใช้บริการของเรา ” ที่มาบอกเล่าประสบการณ์ความประทับใจจากการฉีดฟิลเลอร์ของเราเยอะมากๆ

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์

“การเตรียมตัวก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์ และขั้นตอนในการฉีด”

หลังฉีดฟิลเลอร์ แล้วแต่งหน้าได้ไหมคุณหมอ ” “ นี่นัดเพื่อนไว้ หลังฉีดฟิลเลอร์กินเหล้าได้ไหม ” และอีกหลายคำถาม วันนี้เรามาตอบทุกคำถาม ทุกข้อสงสัยใน ข้อปฏิบัติ หลังฉีดฟิลเลอร์ กันครับ

ก่อนทำการฉีดฟิลเลอร์

ก่อนทำการ ฉีดฟิลเลอร์ ประมาน 7 วันก่อนการรักษา เพื่อป้องกันการเกิดรอยเขียวช้ำควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาที่มีผลทำให้เลือดออกง่าย เช่น Aspirin, Disprin, หรือ สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Ginkgo biloba), น้ำมันปลา (Fish oil omega-3) เป็นต้น เพราะหลังฉีดอาจทำให้เกิดจ้ำเขียวช้ำบวมนานได้

หมายเหตุ หากคุณมีประวัติเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด โปรดสอบถามแพทย์เฉพาะทางก่อนการหยุดยาแอสไพริน ไม่ควรหยุดยาเอง

วันที่ทำการฉีดฟิลเลอร์

อาจมีการทายาชาบริเวณที่จะทำการ ฉีดฟิลเลอร์ประมาณ 30 นาที ก่อนทำการฉีด

แพทย์อาจทำการคลึงขึ้นรูปในบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นแดงเล็กน้อย

หลังทำการฉีดอาจจะมีอาการบวมแดงเล็กน้อย ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปเอง ภายใน 2 – 3 วันครับ

ควรหลีกเลี่ยงความร้อนต่างๆ เช่น แสงแดด ไดร์เป่าผม เตาหมูปิ้ง เตากระทะ รวมไปถึงการอาบน้ำอุ่น

ควรเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ทำการ ฉีดฟิลเลอร์ หรือทำการขัดถู รวมถึงงดการสครับผิว และลอกใบหน้า

ควร เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชม. หลังจากการฉีดฟิลเลอร์

หลังการฉีดควรดื่มน้ำตามมากๆ เพราะฟิลเลอร์เป็นสารที่ชอบน้ำ การดื่มน้ำตามมากๆ จะช่วยให้ฟิลเลอร์ฟูสวยขึ้นอีกด้วยนั่นเองครับ

กรณีมีอาการบวม หรือเขียวช้ำ สามารถประคบเย็นได้เพื่อบรรเทาอาการบวม และควรหลีกเลี่ยงการกด หรือนวดบริเวณที่ทำการรักษาเป็นเวลาอย่างน้อย 2 – 3 วัน

สามารถแต่งหน้าได้ ทันทีหลังการฉีด

หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนักในวันที่ทำการรักษา เพื่อไม่ให้ร่างกายสูญเสียน้ำ เพราะอาจะส่งผลให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื่นตามไปด้วยครับ และการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงอาจทำให้สารฟิลเลอร์เสียรูปอีกด้วย

กรณีมีอาการปวดเล็กน้อยบริเวณที่ทำการฉีด สามารถรับประทานยาแก้ปวดพาราเซตามอล เพื่อบรรเทาอาการปวดได้ครับ

งดการทำหัตการใดๆ รวมถึงเลเซอร์อย่างน้อย 4 สัปดาห์หลังการรักษา และควรหลีกเลี่ยงความร้อนต่างๆ ด้วย

รอยเขียวช้ำจะหายไปได้เองภายใน 5 – 14 วัน

งดนวดหน้า กดแรงๆ บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ 2 สัปดาห์ ฟิลเลอร์ที่ดีคุณหมอจะวางถูกตำแหน่งไม่มีบวมหรือให้นวดหลังฉีดฟิลเลอร์นะ

ควรเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง และหลังการรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการเขียวช้ำมากขึ้น

คำถามและคำแนะนำเฉพาะของข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์แต่ละบริเวณ

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์คาง

เลี่ยงการกดนวด สัมผัสบริเวณคาง 2 สัปดาห์

ห้ามเท้าคาง รัดคางแน่นๆ 2 สัปดาห์

ฉีดฟิลเลอร์คาง นอนตะแคงได้ไหม ? สามารถนอนตะแคงได้ ฟิลเลอร์แท้กับเรา ไม่ไหลเคลื่อน ผิดรูป จากการนอนตะแคง แต่ระวังเวลานอนคว่ำที่จะกดทับคาง

ช่วง1 สัปดาห์แรก หลังฉีดฟิลเลอร์คาง จะมีอาการ บวม ตึง ปวดหน่วงได้เป็นปกติครับ สามารถทานยาบรรเทาอาการปวดได้ครับ

ทรงคางจะเข้าที่ที่ 2 – 4 สัปดาห์ ครับ

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก

แนะนำให้เลี่ยงการทาลิปสติก 12 – 24 ชั่วโมงเพื่อให้เนื่อเยื่อบริเวณรอยเข็มปิดก่อนครับ

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ขมับ

แนะนำเลี่ยงการกดนวดกดบีบแรงๆบริเวณขมับ ประมาณ 2 สัปดาห์

ฟิลเลอร์ ขมับอาจพบอาการปวดตึงได้โดยเฉพาะเวลาอ้าปากเคี้ยวข้าว หรือพูด ประมาณ 3 – 7 วันสามารถทานยาแก้ปวดได้ครับ

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

เลี่ยงการกดนวดแรงๆ ขยี้ตาแรงๆบริเวณใต้ตา 2 สัปดาห์

ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม

มีหลายคนถามเข้ามาเยอะเลยครับ ว่าสามารถยิ้ม หัวเราะ ได้ตามปกติไหมครับ ขอตอบชัดๆเคลียร์ๆเลยว่า สามารถแสดงอารมณ์ได้ตามปกติ ถ้า ฉีดฟิลเลอร์ ไปแล้วห้ามยิ้มนี่แย่เลย เพราะโลกเราต้องการเสียงหัวเราะและรอยยิ้มเยอะๆครับ จะได้อารมณ์ดีมีความสุขในทุกๆวันไงครับ